ครอบครัว
.................................................


       ข่
าวคราวเรื่องเพชรซาอุฯ ดูจะบานปลายและเพิ่มความโหดเหี้ยมขึ้นเรื่อยๆ
          มันน่าเศร้า เมื่อมาคิดว่า ชีวิตคนหลายคนต้องมาสังเวยเพราะหินมีค่าไม่กี่เม็ด
          คนมักพูดว่า ฉันเป็นเจ้าของเงิน ทรัพย์สิน สมบัติ ...
          แต่จริงๆ แล้ว บ่อยครั้ง เงิน ทรัพย์สิน สมบัติ ต่างหากที่เป็นเจ้าของคน
          และทุกครั้งที่สิ่งเหล่านี้เป็นเจ้าของคน มันมักเป็นเจ้าของที่เหี้ยมโหด ไม่เคยปราณีใคร
          มันจะสั่งให้คนทำทุกอย่าง เพียงเพื่อได้มันมา
          มันบังคับให้พี่น้องคลานตามกันมา ฆ่ากันเพียงเพื่อมรดกก้อนหนึ่ง
          มันสั่งให้พ่อขายได้แม้กระทั่งลูกสาว เพียงเพื่อได้เงินและของเข้าบ้านไม่กี่อย่าง
          มันทำให้ครอบครัวต้องแตกแยก เพียงเพื่อผลประโยชน์ที่มันจะหยิบยื่นให้อย่างสองอย่าง
          มันสั่งให้ลูกฆ่าพ่อแม่ เพียงเพื่อชิงมรดกก่อนที่จะต้องแบ่งให้กับใครต่อใคร
          มันทำให้คนทุจริต ผิดจรรยาบรรณ เพื่อจะได้มันมาอย่างไม่ถูกต้อง
          มันทำให้หลายคนต้องขายอุดมการณ์ เพียงเพื่อจะได้มันสักพักสองพัก
          มันทำให้คนที่เคยเป็นเพื่อนตายกันมาตลอด ต้องกลายเป็นคู่แข่งและศัตรูที่ต้องทำลายล้างผลาญ
          มันทำให้หญิงสาวต้องขายพรหมจรรย์ที่พึงหวงแหน เพียงเพื่อได้มันมาอย่างง่ายๆ
          มันทำให้พ่อแม่หลายคนขโมยเวลาที่ลูกควรได้รับ เพียงเพื่อได้มันมามากขึ้น
          มันทำให้สามีภรรยายอมแตกหัก ทิ้งขว้างลูกไว้ตามยถากรรม เพราะเห็นแก่มัน
          สิ่งของ เงินทอง มีไว้เพื่อใช้ ไม่ใช่มีไว้เพื่อครอบครอง
          ในเมื่อชีวิตในโลกนี้ เป็นแค่ทางผ่าน การใช้สิ่งของ เงินทองจึงเป็นสิ่งถูกต้อง แต่การคิดจะครอบครองนั้นเป็นไปไม่ได้ เพราะชีวิตอนิจจังสังขารไม่เที่ยง
          สิ่งของ เงินทอง วันนี้เราใช้ วันหน้าคนอื่นใช้ต่อ
          เราไป มันยังคงอยู่ต่อ แล้วอย่างนี้จะเรียกว่าครอบครองมันได้อย่างไร

          ตราบใดที่เงินทองสิ่งของใช้อยู่ที่มือ เรายังเป็นนายเหนือมันและใช้มันตามใจเรา
          แต่เมื่อใดที่สิ่งของเงินทองไม่อยู่ที่มือ และเข้าไปอยู่ในใจ เมื่อนั้นสิ่งของจะเป็นนายเราและต้องใช้ตามใจมัน
          และเมื่อมันเป็นนาย มันเป็นนายที่เหี้ยมโหดไม่เคยเมตตาใคร

         ตราบใดที่เงินทองข้าวของอยู่ที่มือ มันก็สามารถเปลี่ยนแปรจากมือเราไปสู่มือเพื่อนพี่น้องที่ขัดสนได้ง่าย
          
แต่เมื่อใดที่มันเข้าไปอยู่ในใจแล้ว มันยากที่จะผ่านจากมือเราไปถึงมือผู้อื่น และทุกครั้งที่จำใจต้องให้มันผ่านไป ความเสียดาย ความอาลัย ความรู้สึกขาด พลันเกิดขึ้นและคอยกัดกินจิตใจอย่างไม่มีสิ้นสุด

          ตราบใดที่สิ่งของเงินทองอยู่ที่ปลายมือ มันง่ายจะแบ่งปัน จุนเจือก็ถือว่ามีก็แบ่งกันกินแบ่งกันใช้
          แต่เมื่อใดมันเข้าไปอยู่ในใจแล้ว มันก็ยากที่จะปล่อยมันหลุดไป และทุกครั้งที่มีอันต้องหลุดหายไป ก็ให้รู้สึกดังว่าส่วนหนึ่งของใจต้องถูกตัดขาดไปอย่างไรอย่างนั้น

          ตราบใดที่สิ่งของเงินทองอยู่ที่ปลายมือ มันสามารถเป็นประโยชน์ให้ได้ทั้งคนมีและคนไม่มี
          แต่เมื่อใดมันเข้าไปในใจแล้ว ประโยชน์อย่างเดียวที่เหลือคือตัวข้า

          ตราบใดที่สิ่งของเงินทองอยู่ที่ปลายมือ
ใจให้รู้สึกกว้างดังมหาสมุทร
          แต่เมื่อใดมันเข้าไปในใจแล้ว มือเอาแต่กำแน่นอย่างเดียว ใจก็แคบลงถนัด

          ตราบใดที่สิ่งของเงินทองยังอยู่ที่มือ คนยังเป็นคนทั้งครบ
          แต่เมื่อใดที่มันเข้าไปในใจแล้ว เมื่อนั้นคนกลายเป็นสิ่งของเงินทอง อย่างที่ฝรั่งเขาพูดไว้อย่างคมคายว่า บอกฉันหน่อยว่าคุณรักอะไร แล้วฉันจะบอกได้เลยว่าคุณเป็นอะไร ...

          ตราบใดที่สิ่งของเงินทองอยู่ที่มือ เมื่อมีเกินกินเกินใช้มันให้รู้สึกล้นมือ มีมากไป
          
แต่เมื่อใดที่มันเข้าไปในใจแล้ว เมื่อนั้นยิ่งมีมันมากเท่าไรยิ่งรู้สึกว่ายังมีไม่พอ
          เพราะความร่ำรวยนั้นเหมือนทะเล ยิ่งดื่มกินเข้าไปเท่าไรยิ่งจะกระหายมากขึ้น •