ครอบครัว
.................................................

  

       

       สังคมที่เน้นความเก่ง มักต้องจ่ายด้วยราคาแพง
       ตั้งแต่เริ่มต้นมีชีวิตเลยก็ว่าได้
       อยากให้ลูกที่อยู่ในครรภ์เริ่มมีความฉลาด ก็ต้องลงทุน
       แม่ต้องกินอาหารดีมีคุณค่า เพื่อไปบำรุงสมองลูกน้อย
       แล้วต้องซื้ออุปกรณ์สื่อสารแนบท้อง เพื่อให้ลูกน้อยฟัง รับรู้และเรียนรู้

       เมื่อคลอดออกมาจะได้ฉลาด สมองดี เรียนรู้ได้เร็ว…
       การเรียนรู้เป็นเรื่องเป็นราวขึ้นเรื่อยๆ ตามการเติบโต
       ก่อนจะเข้าอนุบาลก็มีการเตรียมพร้อมแทบทุกด้านแล้ว
       ค่าใช้จ่ายในการเรียนอนุบาลแพงเป็นสัดส่วนกับชื่อโรงเรียน
       ยังไม่รวมค่าจ้างครูมาสอนพิเศษที่บ้าน
       สามปีอนุบาลแทนที่จะมุ่งเตรียมความพร้อม กลายเป็นการติวเข้มเข้าประถมหนึ่ง
       โรงเรียนดังค่าใช้จ่ายสำหรับสอบเข้าก็แพง ค่าเล่าเรียนก็แพง ค่าจิปาถะก็แพง…
       เข้ามาเรียนแล้วก็ยังคงต้องติวเข้ม…เรียนพิเศษทั้งที่โรงเรียน ทั้งตามศูนย์
       เสาร์อาทิตย์ไม่ต่างจากจันทร์ถึงศุกร์ เพียงแค่คนละสถานที่เรียนกัน
เน้นให้เก่ง จนหมดสุข
       เอาแต่เรียน จนลืมสนุกสนาน
       เอาแต่คะแนน จนลืมเพื่อน
       เอาแต่สมองเป็นเลิศ จนลืมทักษะ ความสุนทรี
       
เอาแต่เด่น จนลืมสังคม
       เอาแต่ตัว จนลืมใครอื่น
       จากเพื่อนร่วมห้อง กลายเป็นคู่แข่ง
       แข่งกันเก่ง แล้วก็แข่งกันเข้ามหาวิทยาลัย
       แข่งขันกันเรียน แล้วก็แข่งขันกันทำอาชีพ
       ใครเก่งใครได้ ใครฉลาดใครรอด  ใครไวใครชนะ
       แม้จะเลือกคู่ครองก็ต้องเอาเก่งเป็นเกณฑ์
       เก่งเจอเก่งก็เข้าสู่วัฏจักรเดิม…แข่งขัน ชิงดีชิงเด่น เชือดเฉือนด้วยไหวพริบ…
       ก็ขนาดตัวเอง ยังไม่พอใจ เพราะยังเก่งไม่พอ ยังเก่งได้อีก ยังเก่งไม่ทุกเรื่อง
สาอะไรกับคนอื่น ย่อมจะพอใจได้ยาก
       ใครเก่งกว่าถือเป็นคู่แข่งที่ต้องห้ำหั่น เอาชนะให้ได้
       ใครเก่งน้อยกว่าถือเป็นม้านอกสายตา ไม่สมจะคบหาด้วย
       สำหรับคนเก่งจึงไม่มีคำว่า “ชื่นชม” สำหรับคนเก่งกว่าตน
       สำหรับคนแก่งจึงไม่มีคำว่า “เห็นใจ” สำหรับคนที่เก่งน้อยกว่า
       ผลสำฤทธิ์จึงสำคัญกว่าความรู้สึก
       ในเมื่อสังคมเน้นความเก่ง ความรู้สึกและอารมณ์ค่อยทีค่อยหายไป
       กลายเป็นสังคมหุ่นยนตร์ที่มีสมรรถนะสูง
       เรื่องเลวร้ายจึงเกิดขึ้นให้เห็นอยู่ทุกวัน
       ใครบ้างจะคิดว่าคนเก่งจนเรียนเป็นหมอสำเร็จ จะสามารถทำอะไรที่โหดเหี้ยมเช่นนี้ได้
       …วางแผน ฆ่า ชำแหละชิ้นส่วน ทำลายหลักฐาน…อย่างเลือดเย็นและแนบเนียน
       ทำให้ต้องถามกันว่า เน้นความเก่งจนลืมเน้นจรรยาบรรณหรือเปล่า
       เน้นความรู้และความเชี่ยวชาญ จนลืมเน้นจิตใจเมตตาหรือเปล่า
       เน้นผลตอบแทนจากเงินที่ลงทุนเล่าเรียน จนลืมเน้นมนุษยธรรมหรือเปล่า
       ขนาดภรรยาหมอยังไม่รัก แล้วคนไข้จะวางใจได้แค่ไหน
       สังคมคงต้องรับกรรมต่อไปหากยังยืนกรานเน้นความเก่ง
       พ่อแม่คงต้องเจ็บปวดต่อไปหากยังเน้นให้ลูกเก่งอย่างเดียว
       คนเก่งคงต้องโดดเดี่ยวต่อไปหากเอาเก่งเท่านั้น
       ที่โรงเรียนขึ้นป้ายว่า “เรียนรู้คู่คุณธรรม” ก็อย่าเป็นแค่คำขวัญสวยหรู
       แต่น่าจะเป็นชีวิตในห้องเรียน…แต่ละวัน
       สังคมจะได้ไม่ต้องจ่ายด้วยราคาแพง อย่างทุกวันนี้ •