....................................................................

 

      ต้องยอมรับว่า
          แม้สมัยนี้จะมีการพัฒนาและความเจริญในทุกด้าน
          ไม่ว่าด้านเทคโนโลยี ด้านวิชาการ ด้านทักษะความรู้
          หรือด้านความเป็นอยู่ ด้านคุณภาพชีวิต
          แต่ก็ไม่วายที่จะมีความลุ่มหลงงมงายให้พบเห็นในสังคมไทยไม่ได้ขาด
          จนกลายเป็นช่องว่างให้คนไม่ซื่อกอบโกยผลประโยชน์เป็นกอบเป็นกำ
          เหมือนคนฉลาดเอาเปรียบคนโง่...อย่างไรก็อย่างนั้น
          แถมทำให้ศาสนาต้องมัวหมอง
          ด้วยความเชื่อ ความเลื่อมใส ที่อยู่นอกหลักคำสอน
          ที่เที่ยวโยงไปเกี่ยวข้องกับหลักธรรมะ
          จนกลายเป็นความสับสน พลอยให้ต้องหมดศรัทธาไปตามๆ กัน

          การดึงโชคชะตาเข้ามาเป็นตัวต่อรอง
          ยกการจะได้โชคลาภให้เป็นพรจากสวรรค์
          แล้วก็เที่ยวกราบไหว้ทุกอย่างที่ประหลาด
          ไหว้ไปก็อธิษฐานไป ขอให้มีโชค
          รูปแบบการไหว้และเครื่องเซ่นก็ไม่แตกต่าง
          ...ไหว้พระ ไหว้จอมปลวก ไหว้สัตว์พิการ ไหว้ต้นไม้ผิดธรรมชาติ...เหมือนกัน
          แถมสวด แถมอธิษฐาน ใช้บทเดียวกันอีกต่างหาก
          เพียงแค่ให้ถูกหวย ถูกเบอร์ ถูกลอตเตอรี่...
          แม้แต่พระผู้ใหญ่เด่นดังทางปฏิบัติธรรมที่ละสังขาร
          ก็ยังไม่วายเคารพนับถือท่านก็เพียงแค่ตัวเลข
          จนทำให้ความศักดิ์สิทธิ์ของท่านกลายเป็นธุรกิจไปอย่างน่าเสียดาย
          ทั้งๆ ที่น่าจะพายกย่อง เลียนแบบวีรกรรมของท่าน...

          การกำลังภายในเพื่อได้ประโยชน์เฉพาะหน้า
          ดึงความเชื่อ ความเลื่อมใส มาแทนการที่ต้องออกแรงเพื่อจะได้มา
          อยากให้คนรัก คนหลง คนติดพัน...
          เที่ยวหาพระนี้พระนั้นให้เนรมิตเห็นทันตา
          เดรัจฉานวิชาแต่ละอย่างถูกนำมาใช้พลอยให้หลักธรรมต้องมัวหมอง          

          พร้อมกับประกันผลสัมฤทธิ์เต็มร้อย          
          ให้แฟนหลง ให้สามีรัก ให้ลูกค้าติด...

          แล้วต้องมาเสียรู้ เอาตัวเข้าแลก ทั้งเต็มใจและไม่เต็มใจ
          เพียงเพื่อให้ได้สมปรารถนา
          ทำตัวให้มัวหมองไม่พอ ยังทำให้ศาสนาพลอยต้องเสื่อมเสียไปด้วย...
          แทนที่จะออกแรงพัฒนาตัวเอง
          ปรับปรุงพฤติกรรม ทำตัวให้น่ารัก ให้ความดีเป็นตัวดึงดูด...

          ว่าไปแล้ว เรื่องรักเรื่องใคร่ มันเป็นเรื่องของความสมัครใจ
          ที่จะเที่ยวบังคับ ทั้งด้วยเล่ห์ ทั้งด้วยกล นั้น
          มีแต่ทำให้ความรักต้องสูญเสียไปอย่างน่าเสียดาย
          บางทีคิดว่าได้มา ก็ได้แค่ภายนอก
          ในขณะที่ใจอยู่ห่างไกล จนกู่แทบไม่ได้ยิน...
          หากเมื่อใดเริ่มทำตัวให้น่ารัก
          เมื่อนั้น ความรัก ความผูกพัน ก็เกิดขึ้นโดยไม่ต้องบังคับ
          เพราะความรักและความน่ารักนั้นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอย่างแยกไม่ออก
          หลายคนพยายามจะรัก
          แต่กลับไม่พยายามทำตนให้น่ารัก
          ความจะรักก็เฉาไปก่อนที่จะเริ่มต้นด้วยซ้ำ
          เหมือนกับการพยายามปรบมือข้างเดียว...อย่างไรก็
อย่างนั้น
          จะพูดไปแล้ว หน้าที่แห่งความรัก ไม่อยู่แค่พยายามรัก
          หากแต่อยู่ในการพยายามทำตัวให้น่าด้วย
          เพราะไม่มีใครอยากให้คนอื่นรักฝ่ายเดียว
          แต่อยากจะรักคนที่รักตนด้วย
          เมื่อนั้นเท่านั้น ความรักจึงเต็มเปี่ยมตามความหมายแห่งคำ •