อ่านบทความย้อนหลัง                  

8 กุมภาพันธ์ 2556


พี่น้องที่รัก
       พระวรสารของวันนี้นำมาจาก พระวรสารโดยลูกาบทที่สี่ เป็นเรื่องราวต่อจากอาทิตย์ที่แล้ว    เรายังอยู่ในศาลาธรรมที่นาซาแร็ธ เมืองที่พระเยซูเจ้าทรงเติบโตและทุกคนรู้จักพระองค์และครอบครัวของพระองค์ หลังจากที่จากเมืองไปช่วงเวลาหนึ่ง พระองค์ทรงกลับมาในรูปแบบใหม่ ในวันสับบาโตนั้นพระองค์ทรงอ่านคำพยากรณ์ของประกาศกอิสยาห์ตอนที่พูดถึงพระเมสิยาหและพระองค์ทรงบอกทุกคนที่อยู่ที่นั่นว่าข้อความพระคัมภีร์ตอนนี้พูดถึงพระองค์  สิ่งนี้ทำให้ชาวนาซาแร็ธสับสน มีทั้งพูดยกย่องพระองค์และพิศวงใจในคำพูดงดงามที่ออกจากปากของพระองค์ มีทั้งพูดว่าพระองค์ทรงได้สิ่งเหล่านี้มาจากไหนและสิ่งที่พระองค์ตรัสหมายถึงอะไรกันแน่  กระนั้นก็ดี ชาวนาซาแร็ธถือว่ารู้จักพระองค์ดี พระองค์ทรงเป็นเหมือนพวกเขา การที่พระองค์แอบอ้างถือว่าเป็นการเหมาเอาเอง ก็พระองค์ไม่ใช่ลูกของโยเซฟหรือ เหมือนกับจะบอกว่าคนเป็นช่างไม้จะมีความใฝ่ฝันอะไรได้มาก การต่อต้านนี้เป็นการยืนยันสุภาษิตที่ว่า “ไม่มีประกาศกคนใดได้รับการต้อนรับในบ้านเกิดเมืองนอนของตน”  พระเยซูเจ้าตรัสกับทุกคนที่อยู่ในศาลาธรรมเหมือนกับตั้งใจยั่วยุ พระองค์ทรงอ้างถึงอัศจรรย์สองอย่างที่ประกาศเอลียาห์และเอลีชาได้ทำให้คนที่ไม่ใช่ชนชาติอิสราเอล เพื่อบอกว่าบางครั้งคนที่ไม่ใช่ชาวอิสราเอลมีความเชื่อมากกว่าชาวอิสราเอลเสียอีก แล้วนั้นปฏิกิริยาของคนรุนแรงขึ้น พวกเขานำพระองค์ออกจากศาลาธรรมและพยายามจะผลักพระองค์ลงจากชะง่อนผา แต่พระเยซูเจ้าทรงเดินผ่านพวกเขาไป  เราอาจจะถามว่า ทำไมพระเยซูเจ้าทรงอยากจะยั่วยุชาวนาซาแร็ธ ตอนแรก พวกเขาชื่นชมพระองค์และเห็นชอบในตัวพระองค์  แต่พระเยซูเจ้าไม่ได้เสด็จมาเพื่อรับความชื่นชอบจากมนุษย์ แต่อย่างที่พระองค์จะตรัสกับปีลาตในภายหลังว่าพระองค์เสด็จมาเพื่อเป็นพยานแห่งความจริง อันที่จริง ประกาศกไม่นบนอบมนุษย์ แต่นบนอบพระเจ้าและรับใช้ความจริง พร้อมจะเสียสละตนถ้าจำเป็น ความจริงคือพระเยซูเจ้าทรงเป็นประกาศกแห่งความรัก แต่ความรักมีความจริงของมัน  อันที่จริงแล้ว ความรักและความจริงเป็นสองชื่อของความจริงเดียวกัน เป็นสองพระนามของพระเจ้า  ในพิธีกรรมวันนี้ เราอ่านบทอ่านจากจดหมายของนักบุญเปาโลที่ว่าความรักอดทน เอื้อเฟื้อ ไม่อิจฉา ไม่โอ้อวด ไม่จองหอง ไม่หยาบคาย ไม่เห็นแก่ตัว ไม่ฉุนเฉียว ไม่จดจำความผิดที่ได้รับ ไม่ยินดีในความชั่ว แต่ร่วมยินดีในความถูกต้อง... การเชื่อในพระเจ้าคือการเลิกมีอคติและเปิดใจรับการเผยแสดงของพระองค์ในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะในพระเยซูแห่งนาซาแร็ธ และเส้นทางนี้นำไปสู่การเห็นพระองค์และรับใช้พระองค์ในเพื่อนพี่น้อง
       ท่าทีของแม่พระช่วยทำให้เห็นประเด็นนี้ชัดเจน จะมีใครที่รู้เกี่ยวกับความเป็นมนุษย์ของพระเยซูเจ้าเท่าแม่พระ แต่แม่พระไม่เคยรู้สึกสะดุดใจเหมือนชาวนาซาแร็ธ แม่พระทรงเก็บพระธรรมล้ำลึกทุกอย่างไว้ในดวงพระทัยและรู้ว่าจะน้อมรับพระธรรมล้ำลึกนี้ยิ่งทียิ่งมากขึ้นในเส้นทางแห่งความเชื่อ จนกระทั่งถึงค่ำคืนแห่งไม้กางเขนและความรุ่งโรจน์แห่งการกลับคืนชีพของพระเยซูเจ้า ขอแม่พระช่วยเราในการเดินในเส้นทางนี้ด้วยความสัตย์ซื่อและด้วยความยินดี *



     

 



-TOP-