“ตั้งแต่ปีใหม่มานี่ ผมโชคร้ายหลายครั้ง...”
คนขับรถแท็กซี่วัยหนุ่มชวนคุย
“อย่างว่าแหละ...ผมมันเป็นคนใจอ่อนซะด้วย
...ก่อนมารับพี่นี่ก็โดนอีก”
แม้เสียงจะส่อความเสียใจและผิดหวัง
แต่หน้าตายังคงยิ้มกริ่ม
“ผมรับจากท่าเมืองนนท์
เธอบอกจะรีบไปธุระที่แถวสมุทรปราการ
ใกล้จะถึง เธอก็บอกว่า
จะแวะซื้อของเดี๋ยวเดียว...ให้ผมรอ
ผ่านไปเกือบยี่สิบนาที เธอก็ยังไม่กลับ...
ผมก็ไม่ทันคิดอะไร
ถึงอย่างไร มิเตอร์ก็ขึ้นไปเรื่อยๆ อยู่แล้ว
ตำรวจมาบอกให้ผมเลื่อนรถ
เพราะจะทำให้รถติด...
ผมก็บอกว่ากำลังรอผู้โดยสาร เดี๋ยวก็มาแล้ว...”
เสียงหัวเราะขบขัน พร้อมกับเกาหัว
“พักใหญ่ ตำรวจก็มาบอกผมอีก...
ผมก็บอกว่ายังรออยู่
ตำรวจถามว่ารอนานยัง
แล้วก็บอกว่าคงต้องรอเก้อแล้วล่ะ
ผมก็ได้แต่บอกว่า
ท่าทางผู้โดยสารไม่ใช่คนโกง
แต่งตัวดี มีมือถืออีกต่างหาก...”
เสียงถอนหายใจแทรก
แล้วเสียงหัวเราะขบขัน
“คนแถวนั้นก็มาถามเหมือนกัน
แล้วก็บอกให้ผมวิ่งรถหาเงินต่อดีกว่า
โดนหลอกแน่นอน...
แต่ผมก็ยังเชื่อนะว่าเธอจะกลับมาขึ้นรถ
ที่สุด จนนานนั่นแหละ ผมจึงตัดสินใจขับรถมานี่...
ใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ขับรถแบบเบลอเลยพี่...”

มันเป็นอาชีพที่ต้องพบคนร้อยพ่อพันแม่
ถ้าจะว่าแล้ว รถที่ขับอยู่เป็นของทุกคน
แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนเป็นเจ้าของ
ผลัดเปลี่ยน หมุนเวียนกันขึ้นมานั่ง
ถึงเป้าหมายแล้วก็ลงกันไป
มีแต่เขาเท่านั้นที่ยังนั่งอยู่หลังพวงมาลัย
เพียรขับรับส่งผู้คน แลกกับเงินตามมิเตอร์


อ่านต่อด้านขวา

 


 

“หลังวันปีใหม่ ก็โดนเหมือนกัน
เด็กวัยรุ่นสาวจากภาคอีสานมาเยี่ยมเพื่อน
ข้อมูลมีแค่บ้านเลขที่และถนนสุขาภิบาล
ผมพาวนไปหาสองรอบสามรอบ....ก็ไม่เจอ
ที่สุดเลยต้องพาไปฝากป้อมตำรวจ...
ไม่ได้เงินอีกเหมือนเดิม
แต่ก็ยังอดห่วงไม่ได้เลยต้องขับวนมาอีกรอบ
ใจชื้นที่เห็นเด็กยังคงคุยกับตำรวจอยู่”
เสียงหัวเราะขบขันเหมือนเดิม
แม้สีหน้าจะดูผิดหวังขึ้นเล็กน้อย
“ผมว่า คนใจอ่อนแบบผมขับรถแท็กซี่ไม่ได้...
ก็ครั้งก่อนอีกเหมือนกัน
เด็กวัยรุ่นเหมารถไปบางแสน
บอกจะไปหาญาติ...
เห็นโทรศัพท์ไปตลอดทาง
แล้วก็บอกว่าเงินหมด
ขอยืมผมเติมเงินโทรศัพท์
แล้วจะเอาจากญาติคืนให้รวมกับค่ารถ...
ผมก็ใจอ่อน กดให้สามพันห้า...
ท่าทีและการแต่งตัว
เป็นเด็กมีเงิน คงต้องได้คืนอยู่แล้ว
พอไปถึงก็บอกว่าญาติไม่อยู่ ให้ตีรถกลับ
ถึงกรุงเทพฯก็บอกว่าไม่มีเงิน...
ผมก็เพิ่งเข้าใจว่าถูกหลอกอีกแล้ว
แต่ก็ทำอะไรเขาไม่ได้...”

ท่าที ท่าทาง เครื่องใช้ เสื้อผ้าแต่งกาย....
ถูกมองเป็นตัวประกันความมั่นใจ
แต่จะใช่เสมอไปก็หาไม่
“ถ้าไม่มี ขอกันดีๆ ผมก็คงจะให้...”
สารถีหนุ่มพูดต่อ หลังจากหยุดไปครู่ใหญ่
“ขึ้นมานั่งรถ แล้วบอกว่าไม่มีเงิน ผมก็คงช่วย....
แต่เล่นโกงกันแบบนี้ มันน่าโมโหนะพี่...
บอกตรงๆ ว่า ผมเสียความรู้สึกมาก...
คนด้วยกันแท้ๆ”

ตอนรถจอดหน้าประตู
มิเตอร์บอกค่าโดยสารห้าสิบหกบาท
แท็กซี่หนุ่มรับธนบัตรใบละร้อย
ก่อนจะก้มหาเงินทอน
“เก็บเงินทอนไว้นะน้อง
ถือว่าแก้เคล็ดโชคร้ายก็แล้วกัน...”
ผมบอกเขา ก่อนจะก้าวลงจากรถ
อย่างน้อยก็ให้รู้ว่า คนดีๆ ในสังคมยังมีอีกมาก
แม้จะต้องเสียความรู้สึกกับคนเลวไม่กี่คน
แต่ก็ไม่ควรจะหมดศรัทธาในความดี
ที่มีอยู่ในตัวเขาและตัวคนอื่นๆ •

 



-TOP-