อ่านหนังสือพิมพ์แต่ละวันแล้วระเหี่ยใจ
ฆ่าโหด.. ปล้นอุกอาจ... เผาวอด... ข่มขืนแล้วฆ่าปิดปาก
พาดหัวข่าวกันด้วยอักษรยักษ์ สะดุดตา

แถมภาพประกอบข่าวชัดเจนจากมุมต่างๆ
คำบรรยายละเอียดยิบ รายงานเหตุการณ์วินาทีต่อวินาที
อ่านแล้วชวนให้เศร้า และน่าเป็นห่วง
สังคมของเรามีแต่จะจมดิ่งลงทุกวี่วัน
จมไปสู่ความชั่ว
จมลงไป จมลงไป
อ่านหนังสือพิมพ์แล้วชวนให้คิด
ทำไมโลกเราต้องมีคนชั่วคอยเบียดเบียน ข่มเหง
สร้างความหวาดหวั่นให้คนดี มีสุจริต?
ทำไม คนชั่วจึงไม่สูญหายตายจากไปให้สิ้นซาก
สังคม และในส่วนลึกแห่งคำถาม “ทำไม” อันแอบภูมิใจ
ในความชอบธรรมของฉัน
เรื่องฆ่าฟัน เรื่องปล้นขโมย เรื่องฉ้อโกงเอารัดเอาเปรียบ
ฉันไม่เคย ไม่เคยแม้แต่จะเอ่ยชื่อด้วยซ้ำ
หลายครั้งฉันเผลอสวดออกมา
“ข้าแต่พระเจ้า ข้าพเจ้าขอขอบคุณพระองค์
ที่ข้าพเจ้าไม่เหมือนใคร
ไม่เหมือนคนเก็บภาษีที่ขูดรีดประชาชน
ไม่เหมือนพวกอสัตย์อธรรมที่คอยเข่นฆ่า ปล้น
ทำลาย บ้าตัณหา
ที่ปรากฎทุกบ่อยตามหน้าหนังสือพิมพ์...”
ฉันไม่เคยเข่นฆ่าทำร้ายร่างกายใคร
ไม่เคยแม้แต่จะจับปืนถือมีด
แม้แต่จะตบยุง ไร ริ้น แมลงวัน ฉันยังต้องคิดอยู่หลายตลบ
แม้แต่จะเห็นเลือดหมูเลือดไก่ ฉันยังไม่รู้สึกวิงเวียนบนศีรษะ
แม้แต่คนที่คอยจงเกลียดจงชังฉัน
ฉันไม่เคยคิดจะให้ร้าย
อย่างมากฉันเพียงแต่นึกแช่งในใจ “เมื่อไรหนอมันจะตายห่...ไปเสียที
แต่ฉันลืมไปว่า
ทุกครั้งที่ฉันเกลียดชังใคร
ทุกครั้งที่ฉันโกรธเคืองใคร ไม่ยอมพูดด้วย สะบัดหน้าหนี
ตัดเขาออกจากชีวิตของฉันอย่างไม่ใยดี
เมื่อนั้นแหละ ฉันกำลังเข่นฆ่าอย่างเลือดเย็น
การเข่นฆ่าร่างกาย สร้างความเจ็บปวดเพียงชั่วครู่
ซึ่งสิ้นสุดลงพร้อมกับความตาย แต่การเข่นฆ่าจิตใจ
แบบผ่อนส่งของฉัน สร้างความเจ็บปวด ขมขื่นไปนานแสนนาน
เจ็บปวดมากกว่าคมมีดที่กรีดเฉือนสังขาร
หรือลูกปืนที่ทะลุหัวใจเสียอีก
ฉันเกิดมาไม่เคยฉกชิงวิ่งราว
ไม่เคยปล้นขโมยเงินทองข้าวของใคร
แม้แต่จะคิดมักได้ในใจ ก็ไม่คิดอยาก และไม่กล้าทำ
อย่าว่าแต่ฉ้อโกงของคนอื่นเขาเลย
ฉันถือเป็นหน้าที่ที่จะเคารพสิทธิในสิ่งของของผู้อื่น
ใช่ ของใครใครก็รัก...
แต่ ฉันลืมไปว่า
นอกจากทรัพย์สินเงินทองแล้ว
ยังมีทรัพย์สินอีกอย่างหนึ่งที่มีค่ามากกว่าเงินทองเสียอีก
นั่นคือ ชื่อเสียง เกียรติยศ
หลายครั้งฉันฉกชิงฉ้อโกงปล้นทำลายชื่อเสียงคนอื่น
ฉันพูดนินทาลับหลัง พูดค่อนแคะ พูดเปิดโปง
ความลับส่วนตัวของคนอื่น
เงินทองข้าวของที่สูญหายไปยังหากลับคืนมาได้ง่าย
แต่ชื่อเสียงเกียรติยศที่หายไป ยากที่จะกอบกู้คืนมา
คนสิ้นเนื้อประดาตัว ยากจน ขาดแคลนซึ่งทรัพย์สินเงินทอง
ยังสามารถเดินเชิดหน้าชูตาได้
แต่คนที่สิ้นชื่อเสียงเกียรติยศ แม้จะร่ำรวยเงินทอง
จะเดินเชิดหน้าชูตาได้อย่างไร?
อ่านหนังสือพิมพ์แต่ละฉบับแล้วชวนให้หดหู่ ใช่
แต่ถ้าฉันเป็นคนรักความจริงแล้ว
ฉันไม่รีบแช่งชักหักกระดูกคนที่ถูกพาดหัวข่าว
ในหน้าหนังสือพิมพ์ตัวโป้งๆ
“ทำไมหนอ พระเจ้าจึงไม่ทำลายพวกนี้ให้สิ้นแผ่นดิน...”
ตรงข้าม ฉันเองก็ต้องทุบอกตัวเอง
“ข้าแต่พระเจ้า โปรดสงสารข้าพเจ้า
เพราะข้าพเจ้าด้วยเป็นคนบาป”
.

 



-TOP-