สิบห้าชั่วโมงแห่งการบิน
          แต่ละชั่วโมงที่ผ่านไปนำความเหินห่างจากประเทศชาติ จากพ่อแม่ ญาติมิตร บุคคลที่รักใคร่ให้ไกลออกไป
          ไกลออกไปทุกที
          ทันทีที่ลงจากเครื่องบิน ประเทศใหม่ ใบหน้าใหม่ๆ ภาษาใหม่ๆ ธรรมเนียมใหม่ๆ
          ทุกอย่างใหม่ และแตกต่างไปจากเดิม
          สิบห้าชั่วโมงช่างเปลี่ยนอะไรได้มากถึงขนาดนี้เชียวหรือ
          ภายในห้องอันอบอุ่น
          เสื้อผ้าแต่ละชิ้นที่ถูกพับไว้อย่างเรียยร้อย ถูกนำออกจากกระเป๋าเดินทางทีละชิ้น
          จดหมายฉบับหนึ่งหล่นออกมาจากกองเสื้อผ้า
          คงมีใครแอบใส่ไว้ก่อนเดินทางออกจากประเทศไทยเป็นแน่
          “คุณพ่อที่เคารพและเทิดทูนของผม...”
          แม้ลายมือออกจะหวัดเพราะความรีบร้อน ทว่าชัดเจน
          “คุณพ่อครับ
          คุณพ่อกำลังจะจากผมไปแล้ว แต่ความดีที่คุณพ่อสร้างไว้มันประทับใจผมตลอดเวลา คุณพ่อครับ คุณพ่อเคยอยู่กับผมตั้งแต่คุณพ่อยังเป็นบราเดอร์ เราเล่นด้วยกันมา ผมคิดถึงคุณพ่อ
          คุณพ่อกำลังจะจากผมไปนานอีกสองปี และเราอาจจะไม่ได้พบกันอีก คุณพ่อครับผมรักคุณพ่อ ผมไม่สามารถจะบรรยายมันออกจากปากของผมได้ จึงได้ใช้วิธีเขียน ผมอยากจะพูดกับคุณพ่อเป็นการส่วนตัว แต่พอเจอคุณพ่อผมพูดไม่ออก
          ผมจะจดจำตลอดชีวิตของผมว่า ผมเคยอยู่กับคุณพ่อ เคยคลุกคลีอยู่กับคุณพ่อ ผมพยายามเลียนแบบคุณพ่อ คำพูดของคุณพ่อแต่ละคำนั้นมีเหตุผล น่าฟัง จิตวิทยาของคุณพ่อนั้นสูงส่งยิ่งนัก ผมจะปฏิบัติตามที่คุณพ่อสั่งสอน
          คุณพ่อครับ คุณพ่อเป็นเหมือนเส้นทางชีวิตของผม ขาดคุณพ่อแล้วก็เหมือนขาดแสงสว่างแห่งชีวิต
          ตลอดระยะเวลาที่ผมอยู่กับคุณพ่อ ผมชื่นชมในคุณพ่อตลอดมา คุณพ่อมีทั้งความสง่า เป็นคนมีเหตุผล พูดจาน่าเชื่อถือ และน่าปฏิบัติตาม มีคุณธรรมสูง...”
ผมอ่าน อ่านซ้ำเป็นครั้งที่สอง แล้วก็นั่งตะลึงอยู่นาน ไม่ใช่เพราะกระอิ่มใจ ไม่ใช่เพราะภูมิใจในคำสรรเสริญยกยอ ตะลึงเพราะนึกไม่ถึง นึกไม่ถึงว่าเด็กๆ ได้รับอิทธิพลจากชีวิตของผู้ใหญ่ที่ร่วมชายคามาด้วยกันมากถึงเพียงนี้ ผมไม่เคยคิด ไม่เคยรู้ตัวว่าทุกอย่างที่ผมทำ ทุกอย่างที่ผมคิด ทุกอย่างที่ผมพูดจะซึมซาบเข้าไปในเด็กอย่างเจ้าของจดหมายมากถึงเพียงนี้
          ทว่า เป็นความจริงที่ว่า ความประพฤติ ท่าทีกริยาถ้อยคำ การกระทำแต่ละอย่างของผู้ใหญ่ส่งผลสะท้อนไปสู่ความประพฤติ ท่าทีกริยาถ้อยคำและการกระทำของเด็กโดยไม่รู้ตัว โดยไม่ต้องยัดเยียดให้ โดยไม่ต้องบังคับขู่เข็ญ ครับ จดหมายนั้นไม่ทำให้ผมดีใจนัก
          ตรงข้ามผมต้องตัวสั่นอดวิตกไม่ได้ว่า ข้อบกพร่อง นิสัยใจคออีกหลายอย่างต้องมีผลสะท้อนไปในทางเสีย ในตัวเด็กที่อยู่ร่วมชายคากับผมโดยไม่รู้ตัว โดยไม่ตั้งใจด้วยซ้ำไป
          ครับ ผมอยากจะพูดออกมาดังๆ
          ผู้ใหญ่ครับ ผู้ปกครองครับ ครูบาอาจารย์ครับ
          ท่านคิดอย่างผมบ้างหรือเปล่า
          อย่างน้อยสำนึกไว้สักหน่อยว่า เด็กรับหลายอย่างจากท่านทั้งดี และเสีย .

 

 



-TOP-