“ผมไม่อยากขึ้นสวรรค์ฮะพ่อ”
          ผมหันไปมองตามเสียง
          อะไรกัน เกิดมาเคยแต่ได้ยินคนอยากขึ้นสวรรค์กันทั้งนั้น
          เด็กกลุ่มหนึ่งกำลังจับกลุ่มคุยกับผม
          เจ้าของประโยคเป็นเด็กเล็กๆ
          แววตาเป็นมัน ส่อถึงความฉลาด
            “ใช่ฮะพ่อ ผมไม่อยากขึ้นสวรรค์”
          เขาพูดต่อ ยืนยันคำพูดเดิมอย่างแข็งขันเมื่อเห็นผมมองลอดแว่นด้วยความสงสัย
            “ทำไมล่ะ”
            “ผมขี้เกียจฮะ...”

          “นั่นยังไง...เกียจคร้านอยางนี้ละก้อ ไม่มีทางได้ไปสวรรค์แน่ๆ อยากหรือไม่อยากก็เถอะ”
          “ไม่ใช่อย่างนั้นฮะ...ผมไม่อยากขึ้นสวรรค์ เพราะว่าตอนค่ำๆ ต้องถือกระบุงแบกเข่งเอาดาวเล็กใหญ่ไปแขวนให้เต็มท้องฟ้า และท้องฟ้าไม่ใช่แคบๆ เสียด้วยฮะ...”
          ผมระเบิดหัวเราะด้วยความชอบใจ เล่นเอาเด็กอื่นๆ ที่กำลังง่วนกับการละเล่นอยู่แถวนั้นหันพรึบมามองผมด้วยความแปลกใจ
          “เท่านั้นยังไม่พอฮะ... แขวนดาวยังไม่ทันเสร็จดี ก็ต้องดึงดวงอาทิตย์ลงและดึงดวงจันทร์ขึ้นแทน พอเสร็จกว่าจะกลับไปพักผ่อนหลับนอนเอาแรงก็จวนสว่างแล้ว ต้องรีบดึงดวงจันทร์ลงดึงดวงอาทิตย์ขึ้น แล้วก็ต้องรีบเก็บดาวใส่เข่งใสตะกร้า เฮ้อ...อย่างนี้จะให้ผมอยากขึ้นสวรรค์อีกหรือฮะ..”
          พูดยังไม่ทันสิ้นเสียงก็โดนฝ่ามือหนักๆ ของใครคนหนึ่งเข้าเต็มหลัง
          “อย่างนี้ไปอยู่นรกคอยเติมฟืนเป็นไง...”
          เสียงเจ้าของฝ่ามือหนักๆ นั้น

          ครับ สวรรค์และนรกในความคิดของเด็ก
          สวรรค์และนรกเป็นความจริงสองอย่างที่เราพูดถึงบ่อย
          เวลาเดียวกันจินตนาการของเราก็ล่องลอยไป
          สวรรค์นจะเป็นอย่างไรหนอ
          สูง สูงขึ้นไป
          เลยเมฆ เลยดวงดาว เลยไปอีก
          ข้างบนโน้น
          ส่วนนรกนะหรือ
          ลึก ลึกลงไป
          แล้วเราก็มานั่งรอ รอ รอ
          เมื่อไรหนอจะได้ขึ้นสวรรค์กับเขาเสียที
          คงต้องรอไปอีกนาน จนกว่าชีวิตจะหาไม่
          ทว่า มีความจริงอีกอย่างหนึ่งที่เราไม่ค่อยจะได้คิดกันนัก
          ความจริงที่ว่า สวรรค์และนรกนั้น
          เริ่มตั้งแต่ในโลกนี้ ในชีวิตนี้แล้ว
          ไม่จริงอย่างที่เขาพูดกันดอกรึว่า
          “สวรรค์ในอก นรกในใจ”

          “แม้ฐานะครอบครัวเราจะไม่อำนวยให้มีทุกสิ่ง”
          หญิงกลางคนในชุดเรียบๆ พูดกับผม
          “ดิฉันคิดว่า ความสุขไม่อยู่ในสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้ แต่อยู่ในจิตใจมากกว่า สิ่งที่ดิฉันและทุกคนในครอบครัวต้องการ คือความรักใคร่ซึ่งกันและกัน ดิฉันอดขอบคุณพระเจ้าไม่ได้ ที่ครอบครัวของเราแม้จะขาดแคลนอะไรบางอย่าง แต่เราพูดได้เต็มปากว่า เราสุขใจ เหมือนหนึ่งอยู่ในสวรรค์น้อยๆ ก็ว่าได้”
          พูดเสร็จเธอก็โปรยยิ้ม
          ยิ้มที่มาจากความบริสุทธิ์ใจ ยิ้มที่กลั่นกรองจากดวงใจที่สงบ และเต็มด้วยความสุขความสบายใจ
          ผมเห็นด้วยกับเธอร้อยเปอร์เซนต์
          ผมเห็นหลายต่อหลายคนที่มีทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งเงินและอำนาจบารมี จะหามาได้ ทว่ามีอยู่อย่างเดียวที่เงิน และอำนาจบารมีไม่อาจจะซื้อหาให้ได้ นั่นคือรอยยิ้มที่บริสุทธิ์ใจ ที่เยิ้มจากดวงใจที่สงบสุข เขาเหล่านี้วิ่งกระโจนจากความสนุกสนานบันเทิงหนึ่งไปสู่อีกอย่างหนึ่ง
          แต่ยังหาความสุขที่แท้ยังไม่ได้
          ภายนอกดูพวกเขาช่างเป็นสุข
          น่าอิจฉา
          แต่ภายในส่วนลึกของดวงใจ
          ช่องว่างนั้นยังคงว่างอยู่
          และเมื่อต้องอยู่ตามลำพังคนเดียว
          ในความสงบเงียบวังเวง
          เมื่อนั้นแหละเขาจะรู้สึกว่า
          นรกกำลังกัดกินดวงใจเขาทั้งเป็น
          ครับ นรกสวรรค์อยู่ไม่ไกลจากตัวเรา
          สวรรค์อยู่แค่เอื้อม
          ช่วยกันหน่อยครับ
          ช่วยกันสร้างสวรรค์ตั้งแต่เวลานี้
          ในครอบครัว
          ในโรงเรียน
          ในวงงาน
          และในสังคมที่เราอยู่
          โลกจะน่าอยู่ขึ้นกว่านี้เป็นกอง .

 

 



-TOP-