“อก...ตั้งใจเรียนนะลูก โตขึ้นเป็นหมอให้ได้...”
          เอกภพมองดูหน้าของพ่อ ใบหน้าพ่อบอกถึงความหวัง ความใฝ่ฝัน แน่นอน
          เป็นสิทธิของพ่อ
          ที่จะฝันหวานถึงอนาคตของลูก
          ก็ใครล่ะที่ดิ้นรนกระเสือกกระสนทนยากลำบาก
          เฝ้าเลี้ยงดูลูกให้เติบใหญ่
          และใครล่ะ
          ที่ยอมทนเหน็ดทนเหนื่อยทำมาหากิน
          ส่งเสียให้ลูกได้ก้าวหน้าทันหูทันตาคนอื่นเขา
          “ครับพ่อ...ผมจะพยายามสุดความสามารถ...”
          เอกภพพูดพลางกอดคอพ่อเบาๆ
          ในส่วนลึกของดวงใจ
          เอกภพเคารพบูชาพ่อ
          เขารู้ดี พ่อทุ่มเทความหวัง ทุ่มชีวิตของพ่อ
          สำหรับเขา ลูกชายหัวปีของพ่อ
          แม้ด้านกีฬาและการละเล่น
          ไม่เหมือนพ่อที่เก่งหลายอย่าง
          เอกภพจะสู้คนอื่นเขาไม่ได้
          แต่เรื่องการเรียนการศึกษาแล้ว
          เอกภพไม่เคยด้อยใคร
          และนี่แหละที่ทำให้เอกภพพูดรับปากความใฝ่ฝันของพ่อ ด้วยความมั่นใจ
          “ครับพ่อ...ผมจะพยายามสุดความสามารถ...”

          โดยนิสัยแล้ว
          เอกภพเป็นคนพูดน้อย
          ชอบฟัง ชอบถาม ชอบอ่าน
          ซึ่งดูออกจะแปลกสักหน่อยสำหรับวัย 12 ย่างเข้า 13 ของเขา
          แต่การที่เขารู้จักมองแง่ขำของสิ่งต่างๆ
          ทำให้เอกภพสามารถเรียกเสียงเฮฮาสนุกสนาน
          จากกลุ่มเพื่อนๆ ไม่ได้ขาด
          และเพราะเหตุนี้กระมัง
          เอกภพจึงเป็นที่รักใคร่ของเพื่อนๆ และครูบาอาจารย์
          “เอกลูกแม่...”
          แม่พูดด้วยเสียงสั่นๆ ในค่ำวันนั้น
          ขณะจัดเสื้อผ้าและสิ่งของเครื่องใช้ของเอกภพ
          ใส่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่
          “เอกพยายามตั้งอกตั้งใจเรียนนะลูก
          เคารพเชื่อฟังผู้ใหญ่...อย่าดื้อนะลูก
          ใครจะไปรู้
          พระเป็นเจ้าอาจจะโปรดให้ครอบครัวของเรา
          มีพระสงฆ์สักองค์หนึ่ง...”

          แม่จ้องหน้าเอกภพอยู่นาน
          มองเข้าไปในดวงตากลมใหญ่คู่นั้น
          มองลึกเข้าไปและไกลออกไป
          แม้ดวงตาน้อยๆ ไร้เดียงสาของเอกภพ
          จะดูเคว้งคว้างยังไม่มีอะไรแน่นอน
          แต่วันนั้นจะมาถึง
          ใครจะไปรู้ได้
          แม่คงจะได้มีโอกาสจ้องมองลึกเข้าไปอีกครั้ง
          ผ่านแว่นตาอันหนาเพราะการเล่าเรียนศึกษา
          ดวงตาทั้งสองของแม่คงจะเปียกชุ่มด้วยน้ำตาหยาดใสๆ
          แห่งความยินดีและความภูมิใจ
          ขณะที่ริมฝีปากของแม่ที่สั่นเทิ้มเล็กน้อย
          เผยอพร้อมกับเสียงกระซิบแทบจะไม่ได้ยิน
          “คุณพ่อเอกภพ...ของแม่...”
          แน่นอน
          เป็นสิทธิของแม่ที่จะฝันหวานถึงอนาคตของลูก
          ก็ใครล่ะ
          เฝ้าป้อนข้าวป้อนน้ำลูกมาโดยไม่เห็นแก่เหน็ดแก่เหนื่อย
          และใครล่ะ
          ยอมอดตาหลับขับตานอนเฝ้าลูกน้อย
          ยามลูกต้องล้มเจ็บ และเพ้อด้วยฤทธิ์ไข้
          “ครับแม่...เอกจะพยายามสุดความสามารถ...”
          เอกภพรับรองกับแม่ขณะพยายามฝืนน้ำตาไว้
          แม่ของเอกภพเป็นคนศรัทธาแรงกล้าในพระศาสนา
          ออกจะมากเสียด้วย
          จนพ่ออดไม่ได้ที่จะพูดกับแม่ทีเล่นทีจริง
          ว่าแม่ช่างธรรมะธรรมโมเอามาก
          แต่ใจเอกภพเองยอมรับว่า
          ความเชื่อความศรัทธาที่เขามีอยู่นั้น
          ก็เป็นผลมาจากความอุตสาหะพากเพียรของแม่
          ที่เฝ้าปลูกฝังมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก
          “ลูกเอย...สวดหรือยังลูก
          ชวนน้องๆ สวดด้วยนะ เอาบทง่ายๆ นะลูก น้องเขาจะได้ท่องได้บ้าง...”

          แม่มักร้องเตือน ค่ำไหนที่แม่ติดธุระในครัว และออกมาร่วมสวดด้วยไม่ได้

          “โอ้โฮ...เอกลูกพ่อโตเป็นหนุ่มเลยเชียว เล่นเอาพ่อแทบจำไม่ได้...”
          พูดพลางพ่อก็สวมกอดเอกภพด้วยความภูมิใจ
          วันที่เอกภพกลับมาเยี่ยมบ้าน
          “แม่...ดูซิ ลูกเอกของเราเขาสูงเกือบเท่าพ่อแล้วนา ...อื้อฮือ...หนักจนแทบจะยกไม่ขึ้น... หุ่นอย่างนี้เป็นหมอสบายมากลูกเอ้ย...”
          พูดแล้วพ่อก็หัวเราะชอบใจ
          พลางก็ขยิบตากับแม่
          หนึ่งเทอมของการศึกษาดูช่างยืดยาว
          และยืดยาวขึ้นอีกมากเมื่อมีการพรากจากและการรอคอย
          ใช่ หนึ่งเทอมแห่งการพรากจาก
          หนึ่งเทอมที่ทุกคนที่บ้านรู้สึกมีที่ว่างขึ้นหนึ่งที่ ในบ้าน
          ในห้องนอน ที่โต๊ะทานข้าว ที่ห้องโทรทัศน์
          แม้แต่เจ้าหมาดำตัวน้อย
          ยังวิ่งร่า กระดิกหาง ร้องครางด้วยความยินดี

          “ว่าไงลูกเอก...”
          พ่อพูดอย่างอารมณ์ดีขณะสูบบุหรี่ยี่ห้อโปรดของพ่อ           ทุกคนอยู่พร้อมหน้ากันหลังอาหารค่ำวันนั้น  “...คิดถึงบ้านบ้างเป็นธรรมดานะลูก แต่นั่นแหละลำบากอย่างไรอย่าลืมคิดถึงเป้าหมายไว้           สักวันเป็นหมอแล้วลูกจะสบายไปเอง พ่อรู้เอกของพ่อลองจะทำอะไรแล้วเป็นต้องทำได้ทั้งนั้นแหละ จริงไหมแม่...”
          พูดเสร็จพ่อดูดและพ่นควันบุหรี่ออกมาเป็นทางยาว ขาว
แสดงความสุขใจของพ่อ
          “พ่อครับ...”
          เสียงของเอกภพค่อนข้างเบา
          แต่น้ำเสียงหนักแน่น
          “ผมจะเป็นหมอให้ได้...แต่...”
          เสียงของเอกภพหยุดกึกลง
          จ้องดูปฏิกิริยาของพ่อ แล้วก็หันไปทางแม่
          “...โอ้ย ไม่ต้องกลัวหรอกเอก มันจะยากหน่อย แต่ลูกเอกทำได้แน่ นอกนั้น...”
          “ไม่ใช่ครับพ่อ...ที่ผมอยากบอกพ่อคือ
          ผมจะเป็นหมอ...หมอรักษาวิญญาณครับพ่อ...”

          พ่อนิ่งอั้น ดูไม่เชื่อหูตนเอง จ้องหน้าเอกภพสักครู่
          แล้วหันไปมองหน้าแม่สั่นหัวช้าๆ
          แล้วค่อยๆ ยกบุหรี่ อัดควันเข้าไปอย่างแรง
          ควันบุหรี่ที่พ่นออกมา
          ไม่เป็นสายยาว ดูขาวสะอาด
          แต่แตกกระจายและจางหายไปด้วยความรวดเร็ว
          คล้ายความฝันของพ่อที่แตกสลาย
          แม่นั่งเงียบ
          ที่ริมฝีปากแม่ปรากฎรอยยิ้มแทบจะสังเกตไม่เห็น
          แต่ในส่วนลึกของดวงใจของแม่เวลานั้น           
          แม่กำลังมีความรู้สึกอะไรบ้างนั้น...
          มีแต่แม่เท่านั้นที่รู้ •


 



-TOP-