“เจน เก็บหนังสือแล้วเข้านอนเสียเถอะลูกดึกมากแล้ว” เสียงแสดงความเอ็นดูแกมเป็นห่วงของแม่  “เดี๋ยวพรุ่งนี้จะตื่นสายนะลูก” แม่พูดพลางลูบหัวลูกด้วยความรัก ในส่วนลึกของดวงใจนั้น แม่อดจะรู้สึกภูมิใจในลูกชายไม่ได้
          “แหม ลูกชายพี่น่ารักจังเลย” เพื่อนบ้านมักจะออกปากชม “ไม่ยอมออกห่างแม่เลย แถมขยันเรียนเสียด้วย” แม่หลับตาพริ้มด้วยความยินดี เธอโชคดี โชคดีที่มีลูกชายเช่นเจน แม่คนอื่นๆ คงจะรู้สึกอิจฉา เจนในวัย 12 กำลังน่ารัก พูดเก่ง รู้สึกเอาอกเอาใจ ร่าเริง ชอบสนุกสนาน ดวงตาโตมันขลับเหมือนพ่อ ริมฝีปากบางเหมือนแม่ แถมลักยิ้มที่แก้มซ้ายดูน่ารักมาก “พ่อฮะ วันนี้พ่อซื้ออะไรมาฝากเจนหรือเปล่า” เจนวิ่งร่าไปรับพ่อถึงหน้าประตูทุกวันเมื่อพ่อกลับจากงาน ความเหน็ดเหนื่อย จากการตรากตรำทำงานสลายสิ้น เมื่อพ่อกลับมาถึงบ้าน
          “คุณแม่ฮะ เจนปวดหัวจังเลย วันนี้ครูให้เล่นพละกลางแดด...” เจนพูดพลางคลำหัวใบหน้ายู่ยี่
          “ดูเหมือนจะเป็นไข้หวัดครับ” คุณหมอพูดหลังจากตรวจเจนอย่างละเอียดถี่ถ้วน           “ให้แกหยุดเรียนสักสองสามวัน ให้แกพักมากๆ และทานยาวันละสามครั้งหลังอาหาร” คุณหมอกำชับขณะร่ำลา คงจะไข้หวัดธรรมดา...
          ทว่าสองสามวันกลายเป็นสองสามอาทิตย์ อาการของเจนดูจะดีขึ้น ความช่างพูดมีน้อยลง เจนชอบอยู่ตามลำพัง และอยู่เงียบๆ ตาเหม่อลอย
          ที่สุด เจนหายป่วย ลุกขึ้นเดินเหินได้ ยังความยินดีและความโล่งอกแก่พ่อและแม่ ทว่าในความยินดีนั้น ที่ส่วนลึกแห่งดวงใจแม่ มีความวิตกกังวลและความขมขื่นซ่อนเร้นอยู่ สุขภาพของเจนกลับคืนมา ทว่าเจนคนเก่าไม่ได้กลับคืนมาด้วย เจนที่เคยช่างพูด ร่าเริง ชอบสนุก กลายเป็นเจนที่เงียบขรึม ไม่พูดไม่จา มักหามุมสงบและนั่งอยู่คนเดียว ตาเหม่อลอยไร้จุดหมาย
          “เจน...เจนลงมาทานข้าวเร็ว” วันนี้เจนไปโรงเรียนเป็นวันแรก หลังจากหยุดเรียนมาเกือบเดือน ครู และเพื่อนต่างสังเกตความเปลี่ยนแปลงของเจน แต่ก็เพียงแต่นึกว่า เจนคงยังไม่หายดี พอกลับจากโรงเรียน เจนหายไป  คงจะไปวิ่งเล่นกับเพื่อนๆ อย่างที่เคย เสียงนาฬิกาบอกเวลา 2 ทุ่มตรง
          “เจน... เจน... อ้าวนั่นเจนทำไมนั่งอยู่มืดๆ อยู่อย่างนั้นล่ะลูก” พ่อและแม่ของเจนพบเจนนั่งอยู่ในห้องชั้นบน ไฟปิดมืด ตาเหม่อลอย “เจน ทำอะไรอยู่หรือลูก...” แม่รีบเข้าไปสวมกอด เจนหันมามองสีหน้าแปลกใจ ดูคล้ายกับเพิ่งตื่นจากภวังค์ เจนนั่งอยู่อย่างนั้นตั้งแต่กลับจากโรงเรียน
          ตั้งแต่เย็นวันนั้น พ่อและแม่ของเจนไม่เป็นอันกินอันนอน ต้องคอยจับตาดูเจน คอยระแวดระวัง ในความมืดดึกดื่น แม่ของเจนนอนตาเบิกกว้าง ข่มตาไม่ลง “นี่หรือ ลูกเจนของฉัน”
          “ฮะๆๆ ฮา...” เสียงหัวเราะของเจนดังมาจากห้องรับแขก กำลังหัวเราะร่า ชูมือขวาขึ้นๆ ลงๆ นิ้วกลางและนิ้วชี้แบนราบคล้ายถูกฆ้อนทุบเลือดโชกฝ่ามือ “เจน นิ้วเป็นอะไร โธ่...” แม่ปล่อยโฮออกมาด้วยความเวทนาสงสาร เจนแอบอยู่หลังประตูใหญ่ของห้องรับแขก ขณะที่กำลังเดินออกและแม่กำลังปิดประตูนั้น เจนแหย่นิ้วเข้าไปในบานพับ ปล่อยให้ประตูหนีบนิ้วจนแหลกละเอียด...เจน เริ่มเป็นอริกับตนเองและกำลังจะทำลายตัวเองเสียแล้ว
          พ่อของเจนจำต้องลางาน เขาและภรรยาคอยเฝ้าจับตาดูแลเจนตลอดเวลา มีดและของมีคมต่างๆ ในบ้านถูกเก็บมิดชิด ยิ่งวันอาการของเจนยิ่งแย่ลง เจนหาโอกาสทำร้ายตนเอง ริมฝีปากมีแผลเหวะหวะ เพราะถูกกัด สำหรับผู้เป็นแม่แล้ว วันคืนผ่านไปเหมือนฝันร้าย หยาดน้ำตาใสๆ ไหลร่วงจากตาอย่างช่วยไม่ได้ หยาดน้ำตาแห่งความรัก ความเวทนาสงสาร...
          คืนนั้น เจนผล็อยหลับไปแต่หัวค่ำ สิ้นสุดไปอีกวันหนึ่ง พ่อและแม่เดินออกจากห้องของเจนหลังจากดับไฟหัวเตียงนอนของเจนแล้ว ต่างถอนหายใจด้วยความโล่งอก พรุ่งนี้จะเป็นอย่างไรไม่มีใครรู้...
          “ฮะๆ ๆ ฮา...” เสียงหัวเราะแหลมดังชัดมาจากห้องของเจนทำลายความเงียบสงัดของยามเที่ยงคืนของคืนนั้น พ่อและแม่รีบวิ่งไปที่ห้องของเจนเปิดไฟ
          “คุณพระช่วย” เสียงแม่อุทานออกได้เท่านั้นแล้วก็ล้มฟุบหมดสติไป ภาพที่เห็นอยู่ข้างหน้า ทำให้พ่อต้องเมินหน้าหนี เจนลุกนั่งอยู่บนเตียงหัวเราะร่า มือขวาถือดวงตาข้างขวา โชกไปด้วยเลือด เลือดพุ่งทะลักออกจากเบ้าตาข้างขวาที่โบ๋ลึกเข้าไป เจน เพิ่งควักลูกตาของตัวเอง ทว่าสีหน้าและสุ่มเสียงหามีวี่แววแห่งความเจ็บปวดไม่
          เจนซึ่งครั้งหนึ่งเป็นเด็กน่ารัก น่าเอ็นดู ช่างพูด ช่างเอาอกเอาใจ บัดนี้เหลือแต่เจนที่มุ่งทำลายชีวิตของตัวเอง ทำไม... ทำไม... ทำไมหรือพระเจ้าเท่านั้นที่ทรงทราบ แต่ที่น่าคิดคือ ทำไมจึงเป็นเจน ทำไมจึงต้องเป็นเขา และไม่ใช่เรา... •

 



-TOP-