ไม่มความเงียบใดที่วังเวง
เหมือนเงียบเพราะอึดอัด
เสียงถอนหายใจยาวเป็นระยะ
บอกอาการคิดยากคิดหนัก...คิดไม่ตก
“จะว่าไปแล้ว...”
เสียงเรียบๆ ปลายสายพูดต่อ
“แม่ต้องการลูก
มากกว่าที่ลูกต้องการแม่เสียอีก

ไม่ต่างกับแม่ต้องการตัวตนเอง
เพราะลูกเป็นเลือดเนื้อของแม่
ที่แยกออกมาเป็นตัวเป็นตน
แต่ก็ยังแนบแน่นหนึ่งเดียวในสายสัมพันธ์
ถึงจะมีสองหัวใจที่เต้นเป็นเอกเทศ
ทว่าจิตใจยังเป็นอันหนึ่งอันเดียวในรัก
กระทั่งมองลูกก็เห็นแม่ มองแม่ก็เห็นลูก
ลูกเป็นอะไร แม่จึงเป็นมากกว่า
ลูกเป็นสุข แม่ก็สุขมากกกว่า
เพราะสุขทั้งตัวแม่ สุขทั้งตัวแม่ในลูก
ลูกทุกข์ แม่ก็ทุกข์มากกว่า
เพราะทุกข์ทั้งตัวแม่ ทุกข์ทั้งตัวแม่ในลูก
ลูกหิว แม่ก็หิวมากกว่า
เพราะหิวทั้งตัวแม่ หิวทั้งตัวแม่ในลูก...”

“ฟังแล้ว เป็นแม่ช่างยากจริงๆ...
ไม่เป็นแม่บ้าง ก็คงไม่มีวันรู้
และถึงเป็นแม่แล้ว ก็ยังรู้ไม่หมด...”
เสียงคุณแม่บ่งบอกความลำบากใจ
แต่ก็ไม่วายแฝงความภาคภูมิใจอย่างเห็นได้ชัด
“กลายเป็นแม่ ไม่ยากนัก
แต่ เป็นแม่ นี่สิ ยากกว่าเป็นไหนๆ
กลายเป็นแม ก็แค่ไม่ถึงปี
แต่ เป็นแม่ นี่สิ ต้องเป็นทั้งชีวิต...”
เสียงปลายสายดูมีชีวิตชีวาขึ้น
เหมือนบรรลุเป้าหมายสักอย่าง
“แต่ก็น่าภาคภูมิใจ
เพราะศักดิ์ศรีแม่ช่างยิ่งใหญ่
แม่เป็นความรักของพระจ้า
ที่ทรงมีต่อลูกแต่ละคนอย่างเป็นรูปธรรม
รับรู้ได้ สัมผัสได้ เห็นได้
แม่คือผู้สานต่องานสร้างของพระเจ้า
ในตัวลูกแต่ละคนของแม่
แม่จึงเป็นแม่พระสำหรับลูก
ที่พึงกราบไหว้ด้วยกตัญญูรู้คุณ
เพราะขนาดพระเจ้าผู้ทรงบังเกิดเป็นมนุษย์
ก็ยังมีแม่ด้วยเช่นกัน...”

“วันแม่ปีนี้แตกต่างไป...”
เสียงคุณแม่บ่งบอกความสดใส
“ถูกต้อง...”
เสียงปลายสายประสานรับ
“นอกจากจะเป็นวันที่ลูกสำนึกในพระคุณแม่แล้ว
ยังเป็นวันที่แม่คำนึงถึงศักดิ์ศรีแห่งความเป็นแม่
ตระหนักในบทบาทแม่ที่ไม่มีใครทำแทนได้
ภาคภูมิใจในหน้าที่แม่อันสูงส่ง
มุ่งมั่นเป็นแม่ของลูกให้ถึงที่สุด...
อ้อ...สุขสันต์วันแม่ล่วงหน้าด้วย...”

 

 

 

 

 



-TOP-