อากาศยามเช้าวันนั้นสดชื่น
          ฉันสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอด ก่อนจะเคลื่อนรถออกจากวัด
          หน้าประตูใหญ่ของวัด ใครบางคนกำลังยืนยืดเส้น รับวันใหม่
          ฉันได้แต่ส่งใจไปทัก
          ให้รีบตักตวงอากาศบริสุทธิ์ก่อนที่รถเราจะผ่านไปมา
          และทำลายมันด้วยควันพิษ
          รถรามีแค่ไม่กี่คัน ตอนที่ฉันเลี้ยวออกถนนใหญ่
          รถแม่ค้าขายผัก วิ่งอยู่ข้างหน้า ขณะที่แม่ค้านั่งมาด้านหลัง กำลังงีบหลับเอาแรงในท่าไม่สู้จะสบายนักแต่ก็ดูหลับสนิทและคงจะฝันหวานขายผักดีจนหมดที่รับมา
          นั่นคือ วิถีชีวิตที่ต่างกันออกไป
          บางคนหลับกลางคืน ทำงานกลางวัน
          อีกบางคนทำงานกลางคืน หลับเอากลางวัน
          ส่วนอีกหลายคน ทำงานทั้งกลางวันและกลางคืน ต้องคอยหลับเอาตอนจะว่างเว้นงานสั้น ๆ

          ฉันแซงรถผัก เหยียบคันเร่ง ประหยัดเวลาไว้ตอนรถติดในกรุงเทพฯ
           แสงสะท้อน รูปโล่ห์ตำรวจทางหลวงที่ติดอยู่ข้างรถสายตรวจ ที่จอดดูแลความเรียบร้อยอยู่ข้างถนน ทำให้เท้าขวาของฉันถอนตัวออกจากคันเร่งอย่างอัตโนมัติ
          มันคงจะกลายเป็น ธรรมชาติที่สองของคนขับรถ ที่จะรีบลดความเร็วทันทีที่เห็นคนมีอาชีพตรวจสอบ ดูแลความเร็วบนท้องถนน และพร้อมๆ กับการลดความเร็ว รถที่ขับมาก็เบนเข้าช่องซ้ายอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
          คนเราชอบถือกฎหมาย เมื่อมีคนรักษากฎหมายอยู่ในสายตา
          บางครั้งก็ไม่งายบ่นว่าทำไมต้องมีรถสายตรวจจอดอยู่เป็นระยะ จะวิ่งเร็วเต็มที่ก็ไม่เคยได้ พอจะเร่งเครื่องได้ความเร็วก็มีอันต้องลดความเร็วลงมา มันชวนให้รำคาญ
          แต่ก็ไม่เคยฉุกคิดสักนิดว่า ผู้ตรวจสอบและควบคุมความเร็ว เขาคอยพิทักษ์ชีวิตของคนใช้ถนนหนทาง … อย่างน้อยก็คอยเตือนให้วิ่งรถพอประมาณ
          คนเราลองยังไม่เห็นว่า กฎหมายและกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ในสังคมมีไว้เพื่ออำนวยความดีและความผาสุขให้คนในสังคม ก็มีแต่คอยหลบหลีกฝ่าฝืน
          ซึ่งที่สุดแล้ว ก็ตัวเองนั่นแหละได้รับคุณหรือโทษ
         ข้างหน้ามีรถวิ่งเลนขวา ไปอย่างสบาย ไม่รีบร้อน
          แม้จะมีป้ายเขียน “ รถช้าวิ่งช่องทางซ้าย ”
          รถข้างหน้าฉัน หลายคันต้องแซงซ้ายเพื่อเข้าช่องทางขวา
          บางคนขณะก็หันมองหน้าเจ้าของรถ คล้ายจะบอกว่า “ รถคุณช้า ทำไมมาวิ่งช่องทางนี้ ”
          แต่เจ้าของรถไม่ใยดี คงขับต่อไปอย่างสบายอารมณ์
          ก็ฉันถือว่าวิ่งเร็วแล้วนี่ ฉันจึงวิ่งช่องทางขวาได้ … ความเร็วความช้า วัดกันที่ไหน
          มันคงยากที่ต่อล้อต่อเถียงกับคนที่เอาตนเป็นใหญ่
          … ฉันว่าผิดมันต้องผิด ฉันว่าถูกมันควรถูก ใครจะว่าอย่างไรก็ช่าง …
          ในสังคมเรามีคนประเภทนี้ให้เห็นถมไป
          ที่ร้ายกว่านั้นคือ บางคนนอกจากจะเอาตนเป็นใหญ่แล้ว ยังบังคับให้คนอื่นต้องคล้อยตามด้วย
          ใกล้ตลิ่งชัน จำนวนรถที่วิ่งบนถนนเริ่มหนาตาขึ้น
           รถสิบล้อวิ่งติดกันมาเป็นขบวนยาว
          ท้ายรถคันหนึ่ง มีข้อความเขียนตัวสีขาว ลายมือสมัครเล่น
          “ เมียข้าใครอย่าแตะ ”
          ไม่ต้องเห็นคนขับ ก็อดกลัวไม่ได้แล้ว
          ลองวิ่งประกาศก้องไปตามท้องถนน
          อย่างไม่เกรงใจมนุษย์หน้าไหนอย่างนี้
          ก็คงต้องคิดกันให้หนักหน่อยล่ะ
          แต่ที่แน่คือ อดอนาถใจไม่ได้
          เรื่องอย่างนี้ ไม่น่าจะมาประจานกันตามท้องถนน … ของสูงควรแก่การให้เกียรติ
          ทำราวกับว่าภรรยาเป็นสิ่งของ หรือเครื่องประดับ หรือสินค้าให้โฆษณา
          แบบมีไว้อวด มีไว้เป็นบารมี มีไว้แข่งขันประชันโฉม
          แทนที่จะเป็นคู่ชีวิต ร่วมทุกข์ร่วมสุข

          ความคิดฉันโลดแล่นไปเพลิน
          จนกระทั่งรถมาติดยาวอยู่ที่สี่แยกก่อนข้ามสะพานกรุงธนฯ นั่นแหละ ฉันจึงเริ่มหันมาสนใจกับการจราจรนครหลวงในช่วงเวลาเร่งด่วน
          สำหรับฉัน การเดินทางแต่ละครั้งเป็นดังการผ่านเข้าเส้นทางชีวิต
          เพราะบนเส้นทางที่ฉันขับรถไป ฉันพบกับชีวิตหลาย ๆ รูปแบบ •

 

 



-TOP-