ทำไมต้องมีความเหลื่อมล้ำต่ำสูง ทุกคนน่าจะมีสิทธิหัวเราะเริงร่า ทุกคนน่าจะมีสิทธิในการสังสรรค์เฮฮา ทว่าบางคนมีสิทธิมากกว่าคนอื่น ส่วนอีกบางคนไม่มีสิทธิ์เอาเสียเลยหรือ

 

       “นี่ก้อง...แต่งตัวเสร็จกันหรือยัง... เราน่ะช้าแล้วรู้ไหม ป่านนี้เพื่อนๆเขาเริ่มกันแล้ว...”
       เสียงแม่เรียกจากชั้นล่าง ท่าทางเป็นกังวล ดูทุกอย่างมันรีบเร่งสับสนไปทั้งบ้าน
ก้องรีบคว้าเสื้อตัวโปรดสอดแขนเข้าไปอย่างรีบเร่ง วิ่งลงบันไดทั้งๆที่ยังติดกระดุมไม่เสร็จ ก้องทำอย่างนี้เสมอทุกครั้งที่ไปเรียนสาย
       วันนี้เป็นวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ทางโรงเรียนจัดงานเลี้ยง เพื่อนๆ ของก้องแต่ละคนแต่งตัวกันสีสันพราว
       โอกาสจะแต่งไปรเวตไปโรงเรียนน่ะ มีก็ปีละครั้งนี่แหละ ต่างคนต่างสรรหาชุดล่าสุด แต่งประชันกันให้เต็มที่
       “หวัดดีฮะแม่...” ก้องทักแม่ตั้งแต่ยอดบันได ขณะรีบซอยเท้าตามชั้นบันไดลงทีละสองขั้น
       “เออ...เร็วเข้าเถอะ...เออ ก้อง เอาเงินไปใช้...”
       “ขอบคุณฮะ..” ก้องรีบไหว้แม่ คว้าเงิน รีบขึ้นรถที่คนขับนำมาจอดรออยู่
รถแล่นด้วยความรวดเร็ว แซงรถคันแล้วคันเล่าจนหลายคนมองตาม คงจะคิดว่าจะต้องนำใครเข้าโรงพยาบาลด้วยความรีบด่วนเป็นแน่
       “ซวยละซี...ติดไฟแดงอีกแล้ว” เสียงคนขับพูดอย่างอารมณ์เสีย เหยียบเบรคกระทันหัน จนก้องต้องโยกไปข้างหน้าทั้งตัว
       “ไม่เอา...ไป ไปให้พ้น...” เสียงคนขับพูดขึ้นมาขุ่นๆ
       “อย่ามาแตะรถฉันนะ...แน่ ยังอีก”
       ก้องเงยหน้าขึ้นมอง เบนความสนใจจากห่อของขวัญที่เตรียมมาจับฉลากกับเพื่อนๆ
       เด็กขายพวงมาลัยร่างเล็ก มือซ้ายหิ้วพวงมาลัย 4-5 พวง ขณะมือขวาถือผ้าสีมอๆ ก้มหน้าเช็ดกระจกหน้ารถ สายตาเศร้าๆ คู่นั้น มองผ่านกระจกหน้ารถเข้ามา ทำคล้ายกับไม่ได้ยินสียงไล่ของคนขับ บอกถึงความหิว ความเหนื่อย ความห่วงใย อายุอานามคงจะราวๆกับก้อง แต่รูปร่างนั้นผิดกันเป็นไหนๆ
       ร่างของเด็กผอมโซ ใบหน้าสกปรก เสื้อผ้าที่ปกปิดร่างกายดูจะเป็นผ้าขี้ริ้วเสียมากกว่า
       “พวงมาลัยไม๊ครับ...”  มือผอมแห้งชูพวงมาลัยขึ้นมาระดับหน้าต่างรถ สายตาก็มองเชิงวิงวอน
       “ยังมีหน้าอีก...ไม่เอา... บอกว่าอย่าแตะรถแล้วยัง...”
       คนขับพยายามไล่ แม้คำพูดของคนขับดูจะดุดัน ดูถูก แต่ใบหน้าเศร้าๆ ของเด็กขายพวงมาลัยนั้นเฉยอยู่ ราวกับว่าคำพูดนั้นสำหรับใครอื่น
       “พวงมาลัยไปฝากเพื่อนๆ ในงานซักพวงไหมพี่...”
       เด็กขายพวงมาลัยเดินมาที่หน้าต่างรถด้านหลัง ตาก็จ้องดูก้อง
       ก้องไม่เคยเห็นสายตาของเด็กที่เศร้าอย่างนี้มาก่อน เพื่อนๆที่โรงเรียนแต่ละคนนั้นมีอันจะกินกันทั้งนั้น แต่ละคนสายตาเปล่งปลั่ง บอกความสมบูรณ์พูนสุข
       จะมีบ้างก็สายตาบอกความเบื่อหน่าย เบื่อจะต้องกิน เบื่อจะต้องเที่ยว เบื่อจะต้องใส่ชุดใหม่ๆ อยู่เรื่อยๆ
       แต่สายตาคู่นั้นแปลก คล้ายจะมองทะลุเข้าไปถึงดวงใจของก้องทีเดียว
       ก้องกำลังจะไปสนุกสนานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ดูเหมือนทุกคนจะสนุกสนานกัน โอกาสเช่นนี้ปีละหน
       แต่ทำไม
       เด็กคนนี้จึงไม่มีสิทธิ์จะสนุกสนานกับเขาบ้าง
       ก้องกำลังจะไปกินเลี้ยง ก้องไม่เคยหิวหรอก ไม่เคยรู้ด้วยว่าหิวข้าวนั้นเป็นอย่างไร
       เคยรู้เพียงแต่ว่า เมื่ออิ่มแล้วยังต้องฝืนกินเข้าไป ตามคำสั่งของคุณแม่ให้กินอีกนั่นน่ะ มันรู้สึกอย่างไร
       เด็กคนนี้ก็เป็นเด็กเหมือนกับก้อง แต่ทำไมสิทธิ์ของก้องกับของเด็กคนนี้ จึงแตกต่างกันมากเช่นนี้
       เด็กคนนี้ไม่มีสิทธิ์จะฉลองต้อนรับปีใหม่บ้างหรือ
       หรือว่าปีใหม่เป็นของเฉพาะคนรวยเท่านั้น
       “ฉันซื้อหมดนั่นเลย...”
       “เท่าไร...”
       “หมดเลยรึครับ...”  เด็กขายพวงมาลัยถามแทบไม่เชื่อหูตนเอง
       “พวงละ 5 บาท 6 พวง 30 บาทครับพี่...” ก้องยื่นเงินใบละ 20 ให้สองใบ
       “ไม่ต้องทอน...เออ นี่สวัสดีปีใหม่...”  
       ก้องยื่นห่อของขวัญให้
       เด็กขายพวงมาลัยตะลึง อ้าปากค้าง และก่อนที่จะพูดอะไรออกมาได้ รถของก้องไปไกลเกินกว่าจะได้ยินแล้ว
       งานคืนนั้นสนุกกันสุดเหวี่ยง เสียงดนตรีวัยรุ่นดังกระหึ่มเร้าใจ อาหารบนโต๊ะบุฟเฟ่มีหลากชนิด จนเลือกกินไม่ถูก แต่ก้องกลับยิ้มไม่ออก จะให้ก้องยิ้มออกมาได้อย่างไร
       ในเมื่อเพื่อนๆ ของเขาที่กำลังสนุกสนานกันอยู่นี้เป็นเพียงแค่เด็กกลุ่มน้อย  ขณะที่เด็กส่วนใหญ่แล้วไม่มีโอกาสจะสนุกสนาน เลี้ยงสังสรรค์กันได้อย่างนี้แน่ ทั้งๆ ที่ทุกคนก็เป็นเด็กเหมือนกัน
       ใบหน้าเศร้าๆ ของเด็กขายพวงมาลัยคนนั้น ยังคงติดตาตรึงใจเขาอยู่ ทำให้ความสนุกสนานรอบข้างจืดชืดไปหมด
       จิตใจเขาปั่นป่วนอย่างไรชอบกล
       “อ้าวก้อง เป็นอะไรไปหรือ...”
       ครูเดินเข้ามาทักเมื่อเห็นก้องนั่งเงียบๆอยู่ตามลำพัง
       “เปล่าครับคุณครู ผมรู้สึกไม่ค่อยสบายนิดหน่อย”
       “กินอะไรบ้างสิ จะได้สบายขึ้น...”
       ครูพูด ก่อนจะเดินไปเติมอาหารใส่จาน
       ก้องตัดสินใจ บอกลาครูประจำชั้นขอกลับก่อนเวลา อ้างว่าปวดหัว แต่ใจจริงของก้องแล้ว อยากจะกลับมาหาเด็กขายพวงมาลัยคนนั้นต่างหาก เงินที่คุณแม่ยัดใส่มือเขาก่อนจะออกจากบ้าน ไม่ค่อยจะมีค่าสำหรับเขานัก เพราะเขามีแล้วทุกสิ่ง แต่สำหรับเด็กขายพวงมาลัยคนนั้น อาจจะหมายถึงเสื้อผ้าชุดใหม่ ข้าวอร่อยๆสักมื้อ ของใช้บางชิ้นที่จะเพิ่มเติมเข้ามาในบ้าน
       ใช่ ก้องตัดสินใจแล้ว ก้องจะให้เงินทั้งหมดเลย        เงินก้อนนั้นคงจะทำให้เด็กไม่ต้องขายพวงมาลัย ต่อไปทั้งคืน คงจะมีโอกาสกลับไปบ้าน ไปส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เหมือนเด็กคนอื่นๆ เหล่านั้นบ้าง
       “นั่นไง คิดแล้วเชียว...” คนขับพูดพึมพำขณะชะลอรถตามรถที่ติดเป็นแถวอยู่ข้างหน้า
       “มันวิ่งขายกันเพ่นพล่านอย่างนี้ มันต้องโดนชนบ้างล่ะ”
       ก้องสะดุ้งสุดตัว ข้างหน้าบริเวณสี่แยก คนกลุ่มหนึ่งมุงดูอะไรกันอยู่ ขณะที่ตำรวจโบกไม้โบกมือให้รถชะลอความเร็ว
       “เกิดอะไรข้างหน้าครับ” คนขับรถถามตำรวจที่เดินสวนทางมา
       “รถชนเด็กขายพวงมาลัย...”
       “อาการหนักหรือครับ”
       “ตายคาถนนเลย... อ้ายพวกเด็กขายพวงมาลัยมันก็อย่างนี้แหละ... เล่นกันยังกับถนนเป็นสนามเล่น เพื่อนๆ บอกว่าแกได้ของขวัญห่อใหญ่ ไม่รู้ว่าใครให้ หรือว่าจะฉกชิงวิ่งราวรถคันไหนมา ถามอะไรไม่ยอมพูด เอาแต่กอดห่อของขวัญไว้แน่น พอเพื่อนๆ ทำท่าจะแย่ง แกก็วิ่งข้ามถนนมายังงั้นเลย รถวิ่งไฟเขียวมาเต็มที่ก็หยุดไม่ทัน...เฮ้อ... ตายๆได้ก็ดีเหมือนกัน ถนนจะได้ว่างขึ้นหน่อย...”
       ขณะที่รถของก้องผ่านสี่แยกมา ก้องจ้องมองห่อของขวัญของเขา ที่ตกอยู่ข้างๆ ร่างไร้วิญญาณของเด็กขายพวงมาลัย เงินที่กำแน่นอยู่ในมือของก้องเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ•



 

 

 

 



-TOP-