อาหารบนโต๊ะแต่ละอย่างมากด้วยคุณค่าและปริมาณ
       หลากหลายจากการเปลี่ยนรายการแทบจะไม่ซ้ำกัน
       สำหรับคนที่มีพร้อมอย่างเขา ความซ้ำซากคือความเลวร้าย
       เสียทั้งอารมณ์ เสียทั้งความรู้สึก เสียทั้งความตื่นเต้นเร้าใจ…
       ในเมื่อความสุขของคนเรา ในวันหนึ่งๆ มีแค่ไม่กี่อย่าง
       เพราะชีวิตคนเรามีขีดจำกัด…แม้ความสุขสนุกสนานก็พาลเบื่อหน่ายได้ถ้าจะต้องเสพสุขบริโภคอยู่ทุกวี่ทุกวัน
       ตัวที่ใช้บริโภคความสุขในคนเรามีแค่ไม่กี่อย่าง เพิ่มเติมดัดแปลงไม่ได้
       จึงต้องหาตัวแปรที่จะเปลี่ยนความจำเจไปเรื่อยๆ
       ตาก็มีแค่สองข้าง แต่เปลี่ยนวัตถุมองได้หลากหลาย
       ประสาทสัมผัสส่วนอื่นๆ ก็มีอยู่แค่นั้น แต่เปลี่ยนสิ่งที่สัมผัสรับรู้ได้มากอย่าง
       ลิ้นปากก็มีอยู่แค่นั้น แต่เปลี่ยนรูปแบบ ชนิด รสชาติ…ของอาหารไปได้เรื่อยๆ
       ซึ่งพอผ่านปาก ผ่านปลายลิ้นไป  ความสุขในรสชาติก็พลันหายไปอย่างรวดเร็ว
       จนต้องริบกินคำใหม่เข้าไปให้ต่อเนื่อง เกรงจะเสียความรู้สึกสุข
       และเมื่อมาเน้นความสุขอยู่แค่นี้ วันหนึ่งๆ ก็เอาแต่กินดื่ม…จนเกินความต้องการ
       อาหารหกเรี่ยราด ตกจากโต๊ะ…ของโอชะสำหรับหมาไม่กี่ตัวที่เขาเลี้ยงแก้เหงา
       ร่างกายอ้วนฉุแทบผิวหนังปริต่างกับร่างผอมโซของขอทานที่นั่งอยู่หน้าประตูราวฟ้ากับดิน
       เขาผ่านไปผ่านมาอดมองเข้าไปเห็นอาหารหลากหลาชนิดกองอยู่เต็มโต๊ะไม่ได้
       จริงๆ แล้ว สำหรับเขาเพียงแค่อย่างเดียว… อย่างเดียวเท่านั้น อะไรก็ได้… ก็เพียงพอแล้ว
       ในสภาพของเขา คงไม่กล้าแม้จะคิดเรื่องรสชาติ หรือชนิดของอาหาร
       เพียงแค่อะไรที่กินเข้าไปแล้วท้องหยุดร้อง เริ่ยวแรงกลับมาอีกนิด…นั่นคืออาหาร
       คนที่มีจะกินจนต้องทิ้งต้องขว้างมักจะคิดไม่เหมือนคนหิวโซคิด
       เขามักจะคิดว่า ถ้าจะกินต้องกินแบบนี้…หลากลายชนิด มากด้วยคุณภาพและปริมาณ
       ไม่เช่นนั้น…ก็เหมือนไม่ได้กินอะไร
       ก็เลยคิดว่า ถ้าจะแบ่งให้คนอื่นกิน ก็ต้องแบ่งให้ทุกอย่างที่กิน…ก็คงทำไม่ได้ เดี๋ยวจะไม่อิ่มหมีพลีมัน
       ครั้นจะแบ่งให้สักอย่างหนึ่ง ก็เกรงว่าเกิดอยากกินสิ่งนั้นขึ้นมา จะไม่มี
       หรือจะแบ่งแค่ส่วนหนึ่งของหนึ่งอย่าง ก็กังวนว่ากินแล้วไม่จะสะใจ…เกิดไม่พอขึ้นมา
       เสร็จแล้วจะให้ส่วนที่เหลือก็กระไรอยู่…เหมือนให้เศษให้เลย ให้รู้สึกกระดากใจ
       ทุกวันเริ่มต้นและลงเอยเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
       นอกจากวันนั้น วันที่ร่างผอมโซไม่มาปรากฏตัวให้เห็นที่หน้าประตูอย่างเคย
       อย่ากระนั้นเลย ไปคิดมากทำไม  ดีเสียอีก ไม่เห็นก็จะได้กินโดยไม่ต้องมีความรู้สึกอย่างอื่น… เอร็ดอร่อยปาก อิ่มอกอิ่มใจ
       จนกระทั่งวันนั้น ร่างที่อิ่มเอิบอ้วนท้วนสมบูรณ์หยุดหายใจไปเฉยๆ
       ยังไม่ทันหายตกอกตกใจ ยังไม่ทันจะทำใจ…ก็ต้องตกใจสุดขีด
       ที่ที่เขากำลังยืนอยู่ช่างต่างกับอีกฟากหนึ่ง ราวฟ้ากับดิน
       ที่นั่นสว่างสดใส บรรยากาศเปี่ยมสุข ทุกคนใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส…รวมถึงเขาคนนั้นที่เคยหอบสังขารมานั่นหน้าประตูบ้านเขา
       ที่นั่น สิ่งที่เขาเคยคิดว่าเป็นที่มาของความสุขสนุกสนานทั้งหมด ไม่มีให้เห็น
       แต่ทุกคนอิ่มเอมภิรมณ์แช่มชื่นอย่างเห็นได้ชัด
       มันคงเป็นความสุขที่ลึกลงไป…ไม่ใช่แค่ริมฝีปาก ปลายลิ้น หรือประสาทสัมผัสใดๆ
       จนเขาอดไม่ได้ที่จะตะโกนร้องขอความเมตตา
       กว่าจะรู้ว่าเขาก็มีความต้องการเหมือนกัน ก็สายเกินที่จะได้รับแล้ว
       ก่อนนี้เขาคิดว่าเขามีทุกอย่าง ขอทานร่างผอมโซนั่นต่างหากที่ขัดสนและต้องการ
       หาคิดว่าไม่ว่าเขายังขาดในสิ่งที่ขอทานสามารถให้เขาได้
       เพราะไม่มีใครที่มีพร้อมหมดทุกอย่าง จนไม่ต้องการอะไรจากคนอื่น
       แม้คนรวยล้นฟ้าก็เถอะ ยังต้องการคนที่ขัดสนเพื่อจะได้ทำในสิ่งที่พึงกระทำโดยธรรมชาติของความเป็นคนที่ไม่มีแค่กาย แต่มีจิตใจด้วย
       "ระหว่างเรากับเจ้ามีช่องว่างกว้างลึก จนไม่อาจจะไปมาถึงกันได้เลย"  เสียงตอบชัดถ้อยชัดคำ
       ช่องว่างที่เขาสร้างด้วยตัวเขาเองนั่นแหละ เมื่อตอนมีชีวิตอยู่ในโลก

 

 

 



-TOP-