เรื่องโดย หทัยชนก


ความรักผนึกดวงใจแม่ลูกเข้าด้วยกันอย่างสนิทแน่น จนกระทั่งว่าลูกอยู่ที่ไหน
แม่ก็อยู่ที่นั่นด้วย ไม่เพียงแค่ดวงใจแต่ทั้งกายและใจ


       ผู้คนเริ่มบางตาไปแล้ว
       เสียงพูดคุย เสียงแช่งด่า เสียงหัวเราะเย้ยหยัน เสียงตะโกนพูดถากถาง ที่ดังแซดมาจนเมื่อครู่นี้เงียบหายไป ขณะที่ฝูงชนคล้อยหลัง เดินกลับบ้านเป็นกลุ่ม ๆ ไม่วายจะหันกลับมาดูเป็นครั้งเป็นคราว ด้วยใบหน้าบอกความสมเพช สมน้ำหน้า

       จะมีก็เสียงห้าว ๆ ของทหาร ที่นั่งกันเป็นกลุ่ม พูดคุยกันสนุกสนานรอบไหเหล้า หลังจากต้องเหน็ดเหนื่อยมาเกือบตลอดวัน เสียงหัวเราะเริงร่าสลับกับเสียงแก้วกระทบกัน ดูจะนอกที่อย่างน่าเกลียด ในสถานการณ์โศกเศร้าเช่นนี้ แต่ทำอย่างไรได้ พวกเขาทำตามหน้าที่ ทำเสียจนชินชาไปแล้ว
       ธรรมชาติรอบข้างนิ่งเงียบ ลมสงบ คล้ายจะกลั้นหายใจระทึกต่อเหตุการณ์น่าสยดสยองที่กำลังเกิดขึ้นที่นั่น ท้องฟ้ามืดครึ้มดูจะจงใจปิดบังภาพอันน่าทุเรศตา ราวกับว่าจะทนดูต่อไปไม่ไหวแล้ว
       “แม่...” เสียงแหบแห้ง แผ่วเบาเสียจนแทบจะไม่ได้ยิน ขาดเป็นห้วงเป็นตอนเพราะความพยายามอย่างหนัก ผ่านริมปากที่แห้งผากสั่นระริกเพราะความเจ็บปวดสาหัส “เขาน่ะ...ลูกแม่นะ”
       สายตาฝ้าฟางคู่นั้นเบนไปช้า ๆ ตามคำพูดเป็นเชิงชี้แทนมือก่อนที่ปิดลงอีกครั้ง ขณะที่เหงื่อและเลือดจาง ๆ ไหลรินผ่านขนตาที่เปื้อนฝุ่นดินเข้าไปในตา แล้วผ่านออกมาทางโหนกแก้มบวมช้ำเขรอะด้วยเลือดแห้งกรังผสมผสานกับฝุ่นที่จับแน่นเป็นเนื้อเดียวกันกับน้ำลายและเสมหะ
       คำพูดขาดห้วนลง พร้อมกับร่างเปลือยเปล่าเต็มด้วยริ้วรอยของแผลสดทรุดลงไป ก่อนที่จะกระเพื่อมเป็นจังหวะถี่ตอบรับลมหายใจเข้าออก อาการของปอดที่สูบฉีดอากาศได้ไม่เต็มที่
       มือทั้งสองข้างกำแน่น ขณะที่เลือดไหลจากแผลตะปูใหญ่ที่ตอกยึดข้อมือเข้ากับไม้กางเขนใหญ่เลือดไหลเป็นทางยาวไปอย่างอิสระตามลำแขนแล้วก็บ่า ก่อนที่จะละลายปนเปกับเลือดที่ไหลจากศีรษะและบ่าสองข้างที่ถลอกปลอกเปลือกเพราะการเสียดสีของไม้กับเนื้อสด
       นิ้วเท้าทั้งสองหงิกงอ รับกับเท้าที่โค้งเกร็ง พยายามจะทานน้ำหนักของร่างกายที่ห้อยลงมาอย่างหมดเรี่ยวแรง หน้าแข้งเต็มด้วยรอยฟกช้ำและแผลถลอกเลือดแห้งกรังสีดำมากกว่าแดงจับอยู่รอบ ๆ แผล แต่ละแห่งดึงดูดเหล่าแมลงหวี่ให้มาเฝ้าไต่ตอม
       ทุกอย่างรอบข้างเงียบสงบ นาน ๆ ครั้งจะได้ยินเสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด ดังมาจากกางเขนอีกสองอันที่ปักอยู่ข้าง ๆ และพร้อมกับเสียงครวญ คำแช่ง ด่าสบถสาบานก็พรั่งพรูออกมาด้วยความสิ้นหวัง เดือดดาล เคียดแค้น..แล้วทุกอย่างก็เงียบลงอีกครั้ง
       แม่ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่นั่น
       น้ำตาของแม่เหือดแห้งไปตั้งแต่วานนี้แล้ว แม่ได้ร้องไห้เงียบ ๆ ปล่อยให้น้ำตาแห่งความทุกข์ และปวดร้าวไหลหลั่งออกมาขณะติดตามการจับ ดูการเฆี่ยนตีลูกที่เขาทำไปด้วยความเมามัน แม่ร้องไห้จนหมดน้ำตาไปนานแล้ว
       ดวงใจของแม่แตกเป็นเสี่ยง ๆ เมื่อต้องมายืนดูฝูงชนที่หื่นกระหายร้องตะโกนให้ฆ่าลูกของแม่ สีหน้าแต่ละคนดูเคียดแค้นพยาบาท ทั้ง ๆ ที่ลูกของแม่ไม่เคยทำให้ใครต้องเจ็บช้ำน้ำใจ เพราะลูกแม่ไปที่ไหนมีแต่จะทำความดีให้ที่นั่น...เพื่อนของคนยากไร้...หมอของคนเจ็บป่วย...ผู้นำสันติ...ให้กำลังใจ...บอกข่าวดี...
       คนหนอคน เมื่อไม่กี่วันให้หลัง เขาเหล่านี้ใบหน้าเริงร่า ปากร่ำตะโกนอวยชัยให้พร มือก็แกว่งไกวกิ่งมะกอก ติดตามลูกของแม่เข้าเมืองไป บางคนถึงขนาดลงทุนปูผ้าคลุมตามเส้นทางที่ลูกของแม่จะผ่าน แต่แล้วขณะนี้ ใบหน้าเดียวกันกลับบึ้งตึง สายตาบอกความเคียดแค้นเกลียดชัง ปากเดียวกันกลับตะโกนด่าแช่ง มือเดียวกันกำหมัดแน่นร้องเรียกความตายของลูก แม่อยากจะร้องสุดเสียง ถามคนกระหายเลือดพวกนี้ว่าทำไม ทว่าเสียงเดียวของแม่จะมีใครได้ยินบ้าง
       ลูกของแม่ยืนนิ่งอยู่ที่นั่น ตัวคนเดียว ไม่มีใครเคียงข้าง แม้แต่ศิษย์ของลูกก็เถอะ
       ลูกน่าจะพูดสักคำ คำเดียวเท่านั้น คำเดียวก็พอที่จะทำให้ฝูงชนหื่นกระหายเลือดเหล่านี้ นิ่งเงียบ เปลี่ยนทีท่าจากหมาป่าเป็นลูกแกะไปได้ เพราะแม้กระทั่งพายุบุแคม คลื่นลมบ้าคลั่ง ลูกยังสั่งให้สงบได้ แต่ลูกแม่กลับยืนเฉยคล้ายจงใจหรือมากกว่านั้น ยินดีให้เขาทำทุกอย่าง แม้กระทั่งเอาไปฆ่าด้วยความป่าเถื่อน
       ความกักขฬะของฝูงชนแสดงออกมาอีกครั้งเมื่อลูกของแม่ทุลักทุเลแบกไม้ชิ้นหนักที่เขาพาดไว้บนหลังคอ ผูกปลายทั้งสองไว้แน่นกับข้อมือซ้ายขวา ลูกของแม่เดินโก้งโค้ง หน้าทิ่มลงข้างหน้าเพราะน้ำหนักของไม้ เซไปซ้ายทีขวาทีอย่างหมดเรี่ยวแรง เพราะไหนจะไม่ได้หลับนอนมาทั้งคืน ไหนจะถูกเฆี่ยนตี ไหนจะอดข้าว อดน้ำ ดูแล้วให้สมเพช แต่ฝูงชนเรียงรายอยู่ข้างทางกลับทับถม เพิ่มเติมด้วยคำแช่งด่าประชดประชัน เยาะเย้ย พร้อมกับส่งเสียงเฮฮาชอบใจ แกมสมน้ำหน้าทุกครั้งที่ร่างอันอ่อนเปลี่ยของลูกล้มลงกระแทกหินหยาบที่ปูเป็นทางเดิน พร้อม ๆ กับน้ำหนักของไม้ที่อยู่บนบ่ากระหน่ำซ้ำเติมลงมาให้แรงกระแทกนั้นรุนแรง และเพิ่มความเจ็บปวดมากขึ้น จนนานสองนานนั่นแหละกว่าพวกทหารจะกระชากลากทึ้งลูกขึ้นมา และขาเปลือยเปล่าของลูกเริ่มลากสะเปะสะปะไปตามพื้นหินอันขรุขระต่อไป
       ไม่มีอะไรร้ายกาจไปกว่าจิตใจโหดเหี้ยมแข็งกระด้างของมนุษย์ ไม่ว่าจะความทุกข์เจ็บปวดยิ่งใหญ่ เลือดหรือแม้กระทั่งความตายก็ไม่อาจจะทำให้มันโอนอ่อนลดความกระด้างลงได้ ซ้ำร้ายรังแต่จะยั่วยุให้โหดเหี้ยมกระด้างแข็งกร้าวมากขึ้นทวีคูณ
       แม่รีบปิดหน้าด้วยความเสียวสยอง เมื่อเสียงทึบ ๆ ของฆ้อนกระทบตาปูทะลุตัดผ่านเนื้อและเอ็นของข้อมือทั้งสองของลูกเข้าไปฝังลึกกับไม้ ใจแม่ปวดร้าวร่วมความเจ็บปวดเงียบ ๆ ไปกับลูก ยืนหยัดอยู่เคียงข้างลูกด้วย ความเด็ดเดี่ยวกล้าหาญ ที่มีแต่ความรักของแม่ต่อลูกเท่านั้นจะให้ได้
       แม่รู้ดีว่า ในเวลาเช่นนี้แหละที่ลูกต้องการแม่มากที่สุด
       ยามลูกของแม่ได้รับเกียรติยกย่อง ฝูงชนแห่แหนจะแต่งตั้งลูกให้เป็นกษัตริย์แม่ไม่ได้อยู่ที่นั่น
       ยามลูกของแม่เทศน์ ด้วยความสำเร็จพร้อมกับอัศจรรย์ต่าง ๆ ที่ลูกทำ ฝูงชนถึงกับตะลึงอ้าปากด้วยความชื่นชอบพิศวง แม่ก็ไม่ได้อยู่ที่นั่นเสมอไป
       เมื่อไม่กี่วันก่อน ลูกของแม่ได้รับการแห่แหนเข้ากรุง ฝูงชนบ้าคลั่งด้วยความเริงร่ายินดี สร้างความหวั่นวิตกให้ผู้ปกครองบ้านเมือง และความอิจฉาตาร้อนให้แก่ใครต่อใครจนจะเหลือทน แม่ก็ไม่คิดจะไปปรากฎตัวเคียงข้าง
       ในเวลาเช่นนั้น ลูกคงไม่ต้องการแม่
       แต่ในเวลาเช่นนี้สิ ที่ทุกคนหันหลังพากันทอดทิ้ง แม้แต่ผู้ใกล้ชิดร่วมงาน ร่วมชายคา ลูกต้องอยู่คนเดียวเผชิญหน้ากับฝูงชนบ้าคลั่งหื่นกระหายความตาย เวลาเช่นนี้แหละ ที่ลูกต้องการแม่มากที่สุด และแม่ก็ยืนหยัดอยู่ที่นั่นตั้งแต่ต้นจนจบ โดยไม่นำพาทุกอย่าง
       ธรรมชาติอ่อนแอและบอบบางของเพศหญิงได้รับการเสริมให้แกร่งกล้าด้วยอานุภาพของความรักทำให้แม่ไม่หวาดหวั่นต่อสิ่งใด แม้กระทั่งชีวิตของแม่เอง อานุภาพของความรักนี้เองที่ผนึกประสานดวงใจของแม่ให้สนิทแน่นเป็นหนึ่งเดียวกับดวงใจของลูกอย่างไม่มีอะไรจะมาแยกพรากออกจากกันได้เลย ไม่ว่าจะความทุกข์ทรมาน ความอับอายขายหน้า ความโหดร้ายทารุณป่าเถื่อน ภัยอันตราย หรือแม้กระทั่งความตาย
       ใช่ แม้กระทั่งความตาย เพราะความรักแข็งแกร่งยิ่งกว่าความตาย ความรักไม่รู้จักคำว่าตายอันเป็นการพรากจากที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษย์เรา ความรักยิ่งใหญ่ไปกว่าการพรากจาก เฝ้าเรียกหาร้องเรียกที่จะผนึกประสานเป็นหนึ่งเดียว วันแล้ววันเล่า จนกระทั่งไม่เพียงแค่ดวงใจเท่านั้น แต่ร่างกายทั้งครบของแม่ล่องลอยอย่างอิสระไปหาลูก ผนึกแน่นในความรักตลอดนิรันดร

 

 

 



-TOP-