ดอกเข็มที่อยู่บนโต๊ะครูเหี่ยวแห้ง จนบางดอกตกลงมากองอยู่รอบๆแจกันสีฟ้า สีแดงสดของมันเกือบจะออกเป็นสีน้ำตาลปนแดง ใบสองสามใบที่ติดอยู่กับก้านพองาม ก็แห้งห่อกันทำท่าจะหลุดจากก้านลงมาได้ทุกเมื่อ
       มันเป็นวันที่ห้าแล้ว ที่ดอกเข็มช่อนี้ยืนชูก้านชูดอกมันอยู่บนโต๊ะ
       ใครที่บังเอิญผ่านมาทางนั้น เห็นแจกันพร้อมกับดอกเข็มที่เหี่ยวแห้งนั้น คงจะต้องคิดตำหนิทันทีว่า คนในห้องไม่มีใครคิดจะเปลี่ยนมันบ้างหรือไง น่าจะทิ้งมันไป เอาของใหม่มาใส่ และมันก็น่าจะเป็นอย่างนั้น
       ถ้าหากว่าดอกเข็มเหี่ยวแห้งช่อนั้น ไม่ได้เตือนความทรงจำของนักเรียนในห้องถึงใครคนหนึ่ง..

       “สวัสดีค่ะ นักเรียน” 
       ทุกเช้าเสียงเดียวกันนี้ทักทายนักเรียน ป.5 ก ทันทีที่พวกเขาเข้ามาในห้องเรียน ด้วยความเงียบ เป็นระเบียบเรียบร้อย
       “สวัดดีครับ ซิสเตอร์”
       นักเรียนตอบพร้อมกันอย่างสุดเสียง พลางก้มคำนับร่างน้อยในชุดสีขาวบริสุทธิ์ของซิสเตอร์ ในมือซิสเตอร์ถือดอกเข็มช่อใหญ่ สีแดงตัดกับฉากขาวดูแล้วน่าเจริญตาไม่น้อย
       “นั่งลงค่ะ” ซิสเตอร์บอกเด็กพร้อมกับยิ้มน้อยๆ
       “เอาล่ะ นักเรียนทุกคนฟังทางนี้ค่ะ”
       ซิสเตอร์พูดต่อหลังจากที่นักเรียนจัดแจงหนังสือเข้าโต๊ะแล้ว
       “นี่ดอกอะไรคะ นักเรียน”
       ซิสเตอร์ชูดอกเข็ม โบกมันไปมาเพื่อให้นักเรียนเห็นได้ชัด
       “ดอกเข็มครับ” นักเรียนต่างแย่งกันตอบ
       “ทำไมเขาจึงเรียกมันว่าดอกเข็มคะ” เด็กต่างคนต่างตอบจนฟังไม่ออก
       “เอาละ เอาละ ตอบกันทีละคนดีกว่านะ ป้อมว่าไง...”
       “เพราะมันแหลมเหมือนเข็มครับ”
       “แต่ผมว่าน่าจะเรียกมันเป็นเข็มหมุดมากกว่า เพราะมีหัวด้วย”
       “เอาละ เอาละ...เขาเรียกมันดอกเข็มเพราะแหลมเหมือนเข็ม...ซิสเตอร์จะปักมันไว้ในแจกันนี้ทุกวัน เพื่อให้มันคอยเตือนนักเรียนว่า จะต้องเรียนให้เฉียบแหลมฉลาดเหมือนดอกเข็มดีไม๊...”
       “ซิสเตอร์ฮะ...” หลายครั้งเด็กอดจะถามไม่ได้ที่เห็นว่าซิสเตอร์เชี่ยวชาญไปทุกอย่าง
       “ทำไมซิสเตอร์จึงรู้ตั้งหลายอย่าง รู้ไปเกือบทุกอย่างเลยฮะ...” คำถามซื่อ ๆ แต่สีหน้าบอกความพิศวง
       “ก็ดอกเข็มยังไงล่ะคะ...เราต้องเรียนรู้ให้ฉลาดหลักแหลมเหมือนเดอกเข็ม...”        พูดพลางยื่นมือออกไปแตะดอกเข็มปักเป็นสวยเด่นอยู่บนโต๊ะ
       “ซิสเตอร์ฮะ... ทำไมต้องเรียนเลขด้วยฮะ” เจ้าของคำถามสีหน้าบอกความเบื่อหน่าย
“อ้าวก็เพื่อจะฝึกสมองให้รูจักคิดคำนวณ...”
       “แต่เดี๋ยวนี้เขาใช้เครื่องคิดเลขกันแล้วครับ เร็วกว่าใช้หัวแยะเลยครับ...” เสียงฮือฮาสนับสนุนกันลั่นห้อง
       “นักเรียนคะ...” เสียงซิสเตอร์พยายามจะแข่งขึ้นมาบ้าง
       “นักเรียน บนโต๊ะมีอะไรคะ...” ซิสเตอร์ถามพลางชี้ไปที่แจกันดอกเข็ม
       “ดอกเข็มครับ...” ทุกคนตอบซื่อ ๆ อย่างรู้ไม่ทัน
       “เข็มถ้าไม่ใช้งานบ่อย ๆ มันจะเป็นยังไงคะนักเรียน”
       “ขึ้นสนิมครับ”
       “ทื่อไปเลยก็มีครับ”
       “เห็นไม๊นักเรียน เข็มถ้าไม่ใช้งานบ่อย ๆ จะขึ้นสนิมและทื่อ หัวสมองของคนเราก็เช่นกัน ถ้าไม่ใช้คิดบ่อยๆก็จะขึ้นสนิมและทื่อด้วย”
       “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเลขครับซิสเตอร์” เด็กยังสรุปไม่เป็น
       “ก็เลขคณิตช่วยฝึกสมองของเราให้คิด ให้คำนวณน่ะซี ช่วยให้เราเฉียบแหลมยังไงล่ะ...เรียนต่อได้หรือยัง...”

       “ซิสเตอร์ครับ ทะเลาะกันอีกแล้วครับ”
       การทะเลาะเบาะแว้งเป็นเรื่องธรรมดาในระหว่างเด็ก ๆ แต่ละวันมีการฟ้องกันได้ทุกวัน
       “นักเรียน...นั่นดอกอะไรคะ” เสียงเรียบ ๆ ของซิสเตอร์สร้างคำถามให้ต้องคิด
       “ดอกเข็มครับ” นักเรียนตอบโดยไม่ต้องมองไปตามที่มือซิสเตอร์ชี้
       “ดอกเข็มดอกใหญ่มันประกอบด้วยดอกเข็มเล็ก ๆ รวมกัน ถ้ามีแค่ดอกเล็กดอกเดียวจะสวยไม๊ นักเรียน”
       “ไม่สวยครับ ดีไม่ดีไม่เห็นด้วยซ้ำ”
       “นักเรียนอยู่ด้วยกันหลายคน เหมือนดอกเข็มใหญ่ นักเรียนต้องพยายามอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ถ้าทะเลาะแบ่งแยกกันแล้ว ก็เหมือนดอกเข็มแต่ละดอกๆ ที่แยกกันออกมา ไม่สวย แถมมองไม่เห็น อย่าลืมว่าความสามัคคีคือพลัง...”
       “ซิสเตอร์ฮะ ทำไมซิสเตอร์ไม่แต่งงานฮะ” คำถามที่ทุกคนคงอยากจะถาม แต่ไม่มีใครกล้าถาม
       “นักเรียน...นั่นดอกอะไรคะ”
       “ดอกเข็มครับ”
       นักเรียนทุกคนตอบแทบจะเป็นไปโดยอัตโนมัติ เพราะเป็นคำถามคำตอบที่มีกันเป็นประจำ แต่กระนั้นก็ไม่วายคิดว่าการแต่งงานกับดอกเข็มมันเกี่ยวกันอย่างไร
       “ดอกเข็มบนโต๊ะนี้เป็นของใคร...”
       “ของเราครับ เฮ้ยไม่ใช่ ของห้องครับ”
       “เออนั่นแหละ ของห้องก็ของเราเหมือนกัน”
       “คราวนี้ สมมุติว่าใครคนหนึ่งเอากลับบ้านไป ไปไว้ที่บ้าน คนอื่นจะยอมไหม...”
       “ไม่ยอมเด็ดขาดครับ ต้องซัดกันหน่อยล่ะ”
       “นั่นไง ดอกเข็มถ้าอยู่ที่นี่ ทุกคนมีสิทธิ์จะมอง จะชม แต่ถ้าใครคิดเห็นแก่ตัวเอาไปมองไปชมคนเดียว คนอื่นอีกหลายต่อหลายคนก็ไม่อาจจะมองจะชมได้ จริงไม๊... ดอกไม้เป็นประโยชน์แก่ทุกคน ถ้าไม่มีใครคิดจะเก็บไว้คนเดียวหรือแค่คนสองคน ฉันใด ซิสเตอร์ไม่แต่งงานเพราะต้องการจะทำตัวให้เป็นประโยชน์แก่ทุกคน ไม่เพียงแค่คนสองคนฉันนั้น เพราะชีวิตของเราจะมีค่า ถ้าชีวิตเป็นประโยชน์แก่ยิ่งมากคน จริงไม๊คะนักเรียน”
       “จริงครับ”
       “และนักเรียนล่ะ ไม่คิดจะให้ชีวิตของนักเรียนมีค่าให้มากที่สุดบ้างหรือ ไม่เพียงแต่จะมีค่าสำหรับคนสองคน แต่สำหรับยิ่งมากคนยิ่งดี สำหรับทุกคนเลย เหมือนดอกเข็มนี้ไงล่ะจ๊ะ...”
       ดอกเข็มนี้ไง
       ใช่ ดอกเข็มนี้ที่เวลานี้เหี่ยวแห้ง สีซีดจาง ทำท่าจะร่วงลงมาทีละดอกสองดอก เหมือนกับร่างน้อยของซิสเตอร์ที่ถูกฝังคืนให้แก่ธรณีไปเมื่อสองวันมานี้ มะเร็งไม่ยอมไว้หน้าใคร แม้กระทั่งบุคคลที่ต้องการจะเป็นประโยชน์ให้แก่ทุกคน ดังดอกเข็มในแจกันที่ยังความชื่นชอบให้ทุกคน แม้ว่ามันจะเหี่ยวแห้งมาได้ห้าวันเต็มๆแล้ว
       นับตั้งแต่พวกนักเรียน ป.5 ก ได้รับข่าวสลดอันนั้น กระนั้นก็ดีไม่มีใครคิดจะเปลี่ยนดอกใหม่ เพราไม่มีใครจะแทนที่ซิสเตอร์ในชีวิตของพวกเขาได้
       พวกเขากำลังรอ รอให้เข็มดอกใหม่มารับงานต่อจากดอกเก่า ดอกเข็มที่เป็นของทุกคน ยังประโยชน์ให้แก่ทุกคน แม้พวกนักเรียนชั้น ป.5 ก จะไม่รู้เหมือนกันว่าดอกเข็มใหม่นี้พวกเขาจะมีโอกาสชื่นชอบได้เมื่อไร แต่ที่แน่ๆ นักเรียน ป.5 ก บางคนแอบตั้งใจเงียบๆส่วนตัวว่า พวกเขาอยากจะเป็นดอกเข็ม อย่างที่ซิสเตอร์ได้เป็นมาโดยตลอดบ้าง
       และตอนสายวันนั้นที่มีพิธีศพ ขณะที่โยนดินก้อนน้อยลงไปในหลุมศพของซิสเตอร์ ด้วยใบหน้าเศร้าโศก น้ำตานองหน้า เป็นการแสดงความรักความอาลัยเป็นครั้งสุดท้าย
นักเรียนหลายคนโยนดอกเข็มลงไปด้วย คงอยากจะบอกกับซิสเตอร์ว่า
       ครับ ผมจะเป็นดอกเข็มอย่างซิสเตอร์บ้าง อยากจะให้ชีวิตของผมมีค่า และยังประโยชน์ให้แก่มากคนที่สุดที่จะมากได้ อย่างชีวิตของซิสเตอร์ ดอกเข็มประจำห้อง ป.5 ก. •

 



-TOP-