"ระเจ้าโปรดให้เรามีความทรงจำ เพื่อว่าเราจะได้มีดอกกุหลาบในฤดูหนาว"
       ใครเป็นคนพูด ผมจำไม่ได้
       แต่ประโยคนี้มีความหมายลึกซึ้ง น่าคิด
       เป็นความจริงครับ
       ความทรงจำอันหวานฉ่ำ ความทรงจำอันน่ารักในอดีต ในวันเด็กสามารถสร้างบันดาลรอยยิ้มบนใบหน้าอันเศร้าหมอง เหน็ดเหนื่อย เบื่อหน่าย
       สร้างความสดชื่นให้ดังกลิ่นหอมของดอกกุหลาบในฤดูหนาวอันเหี่ยวแห้ง หนาวเหน็บแห่งชีวิต

       วันนั้น เป็นวันหยุดเรียน
       เราเด็กจากละแวกเดียวกัน มาชุมนุมพร้อมหน้า
       "เฮ้ย วันนี้เราจะเล่นอะไรดี" เจ้าอ้วนถามเมื่อเห็นทุกคนมาพร้อมหน้ากันแล้ว วันนี้เรายกให้เจ้าอ้วนเป็นตัวเอกในการจัดการเล่น ไม่ใช่ว่าเจ้าอ้วนจะเป็นหัวหน้าเรา แต่เพราะว่าวันนี้เรานัดมาเล่นกันที่บ้านเจ้าอ้วน บ้านกว้างใหญ่มีที่วิ่งเยอะ แถมยังมีตุ่มน้ำฝนใหญ่สำหรับดับความกระหายของเราเมื่อเล่นเหน็ดเหนื่อยแล้วด้วย
       "วันนี้ออกล่านกกันดีกว่า" เจ้าจุกเสนอพลางหยิงหนังสะติ๊กดู่ชีพ ในกระเป๋ากางเกงตุงไปด้วยลูกกรวด
       "ม่ายเอา แล้วพวกผู้หญิงละจ๊ะ" แดงค้านคอเป็นเอ็น มือท้าวสะเอว ตาก็กวาดไปรอบๆ อย่างท้าทาย ขณะที่เด็กหญิงอื่นพูดออกมาแทบจะพร้อมกัน "จริงด้วย" แล้วก็หันไปส่งค้อนให้เจ้าจุกคนละทีสองที
       เจ้าจุกยกมือขึ้นเกาหัวยิกๆ ยิ้มแห้งไป
       "งั้นจะเล่นอะไรดีล่ะ" เจ้าอ้วนพูดตัดบทเกรงว่าถ้าปล่อยให้เถียงกันต่อไป เจ้าจุกทีหวังต้องถูกประชาฑัันณ์จากพวกเด็กหญิงอย่างแน่นอน
       "เล่นฝังศพดีกว่ามั้ง" ผมเสนอด้วยเสียงลังเลใจ "เล่นกันได้ทุกคนสองวันก่อนมีงานฝังศพตาอิ่มคนทำสวนวัด แกตายด้วยโรคหัวใจวาย
       "เออ จริงด้วย เข้าท่า" ผมได้รักคะแนนเสียงสนับสนุนเกินความคาดหมาย
       "ผมจะเป็นคนขับรถศพนะ" เจ้าแก้วรีบเสนอตัว ทุกคนเห็นดีด้วย เพราะพ่อของแก้ว เป็นคนเดียวที่มีรถสาลี่ในละแวดบ้านเรา
       "ผมสมัครเป็นคนตายนะ"เจ้าจุกรีบเสนอตัวบ้าง เจ้านี่สิสัยขี้เกียจเดิมมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว
       "ม่ายเอา ตั้งออกใหญ่ หนักจะตาย" แดงพูดค้าน ดูเหมือนยังไม่หายเจ็บใจที่เจ้าจุกมองข้ามความสำคัญของสุภาพสตรีไปเมื่อครู่นี้
       "เอาให้แห้งดีกว่า" เสียงประชามติ เจ้าหน่อยเจ้าของสมญา "อ้ายแห้ง" นั้นผอมที่สุดในพวกเรา เวลาต้องมุดรั้ยเข้าสวนยายแจ่มเพื่อขโมยมะม่วงละก้อหน้าที่ประจำของเจ้าแห้งเขาละ ช่วงไหนมาลอดเข้าออกได้ เจ้าแห้งเป็นลอดได้สบาย
       "เอาละ" เจ้าอ้วนบัญชาต่อ "ตี๋ต่างว่า ไอ้แห้งเป้นลูก และตายกระทันหันด้วยโรคขาดอาหาร แม่ของไอ้แห้งเลยต้องไปฝัง ใครจะรับอาสาเป็นแม่ของไอ้แห้ง..." พูดพลางก็หันไปทางพวกเด็กผู้หญิง ซึ่งต่างก็หลบหน้าหนี คงรู้สึกกระดากใจที่จะต้องเป็นแม่ของเด็กผมอกร่องคนนี้แตถมต้องตายกระทันหันด้วยโรคขาดอาหารเสียด้วย มันจะขัดกับจิตสำนึกแห่งความเป็นแม่อย่างแรง
       "ฉันเอง" เสียงแดงดังขึ้นเด็ดขาด "ฉันเอง" แตงพูดเน้นอีกครั้งพลางหันไปค้อนเจ้าจุกอ่างจังอีกครั้ง คล้ายจะตะโกนใส่หน้าเจ้าจุกว่า ทีหน้าทีหลังอย่างมองข้ามผู้หญิงเสียล่ะ ถ้าขาดคนเล่นเป็นแม่แล้วแกจะแทนได้ไม๊...
       เจ้าจุกกลืนน้ำลาย พลางเกาหัวอย่างผู้พ่ายแพ้
       "ผมจะเป็นคุณพ่อนะ" ผมเสนอตัวเองบ้าง
       "ผมจะเป็นเด็กช่วยมิสซาได้ไหม" เจ้าจุกถามเสียงแผ่วๆ ตาจ้องดิน
       เมื่อตกลงแล่งหน้าที่เรียบร้อย ต่างคนต่างวิ่งกลับบ้านเพื่อหาอุปกรณ์ให้สมบทบาทของตน
       ผมรีบกลับบ้าน คว้าผ้าห่มฝืนใหญ่ เอาปลายมัดคอทำเป็นเสื้อคลุมหลัง เด็กอีกสองคนคอยถือชายเสื้อเดินตามข้างหลังเหมือนคุณพ่อเจ้าวัดทำ
       เจ้าแห้งนอนยิ้มกริ่มอยู่อย่างสบายบนรถสาลี่ที่ประดับประดาด้วยดอกไม้ แก้วเป็นคนรากรถ เจ้าหนุ่ยกับเจ้ารอดถือไม้กวาดแทนเทียนยืนรออยู่หน้าขบวน แตงยืนอยู่ข้างๆ รถสาลี มีผ้าคลุมหน้าสีดำที่ขโมยแม่มา ทำหน้้าโศกเศร้า
       "แม่ต้องร้องไห้ซี" เจ้าอ้วนพูดแนะ "ลูกในสายตาทั้งคน"
       แดงแกล้งร้องไห้
       "ว้า...ไม่เหมือนเลย" เจ้าอ้วนตัดบท "ร้องจริงๆ ชิ ให้มีน้ำตาด้วยจึงจะเหมือน"
       "จะให้ฉันร้องได้ยังไง" แดงจงปัญญา
       "ลองหยิกตัวเองแรงๆ ซิ...เดี๋ยวมีน้ำตาไหลออกมาแน่เลย" เจ้าแก้วเสนอ
       แดงหยิกแขนอ่อนตัวเองสองสามครั้ง แต่ก็ยังบีบน้ำตาไม่ออก
       "มานี่ ฉันหยิกให้เอง เอาไม๊" เจ้าอ้วนเสนอตัว แดงพยักหน้าตาหลับปี๊ด้วยความหวาดเสียว ขณะที่มืออันใหญ่ของเจ้าอ้วนจิกแขนอ่อนและบิตไปมาอย่างสุดแรง
       "ฮือ...." ได้ผล...ทุกคนตื่นเต้น...แดงร้องไห้สั่น น้ำตาพรู...ทว่าเสียงที่ร้องให้ไม่ใช่เป็นเสียงแสดงออกซึ่งความทุกข์โศก แต่...
       "ฮื่อ ฮือ มารังแกเค้าทำไม...ฮือ เค้าจะฟ้องแม่...แม่...แม่ ไอ้อ้วนเก้หนูอีกแล้ว...ฮือ...แม่"
       เจ้าอ้วนยืนอ้าปากค้าง งง คาดไม่ถึง สับสน
       "อะไรอีกแล้วเจ้าอ้วน" เสียงแม่ของแดงดังมาแต่ไกล "เล่นกันดีๆ ไม่เป็นหรือยังไง ไหน อยู่ไหน แม่จะดีให้..."
       ครับ งานศพของเราก็ต้องสลายตัวไปด้วยประการฉะนี้
       ผมอดขำไม่ได้ ทุกครั้งที่หวลไปคิดถึงเหตุการณ์เหล่านี้
        ทุกครั้งที่ใจเหี่ยวแห้ง ตรึงเครียด้วยหน้าที่การงาน ผมมักจะหวลกลับไปคิดถึงเหตุการณ์เหล่านี้และทั้งรอยยิ้มก็กลับมาพร้อมกับความสดชื่น
       ครับ ผมว่าในวัยชราของเรา เราจะเต็มไปด้วยความสดชื่นถ้าเวลานี้เรารู้จักสะสมความทรงจำที่น่าประทับใจ สำหรับตัวเราเองและสำหรับผู้อื่น
       ถ้าเราหมั่นสร้างความดี สร้างความชื่นชมให้ผู้อื่น เราจะหวลระลึกถึงกิจการต่างๆ ที่เราทำอยู่ในเวลานี้ด้วยความยินดี ด้วยความสดชื่น •

       
       

 



-TOP-