อ่านบทความย้อนหลัง   พิมพ์บทความ PRINT             

 

กาแฟของเพชฌฆาต

---------------------------------------

       คุณพ่อยอแซฟกาฟัซโซถึงแก่กรรมแล้ว  คุณพ่อบอสโกก็ต้องรับหน้าที่แทน  คือเป็นพระสงฆ์ผู้ฟังแก้บาปประจำคุกซึ่งท่านต้องไปทำหน้าที่ดังกล่าวทุกสัปดาห์
       วันหนึ่งหลังจากที่ได้ฟังแก้บาปเป็นเวลานานหลายชั่วโมงติดต่อกันแล้ว  ท่านก็ออกมาที่ระเบียง  แต่วันนั้นท่านรู้สึกเหนื่อยแสนเหนื่อย  จนมองอะไรแทบไม่เห็น  แทนที่จะไปทางประตูออกกลับเดินไปอีกทางหนึ่งซึ่งไปสุดเอาตรงห้องพักของเพชฌฆาตพอดี  ท่านโผล่เข้าไปก็เจอชายคนหนึ่ง  หญิงคนหนึ่งและเด็กลูกสาวของเขาคนหนึ่งกำลังทานอาหารกันอยู่
       แม้เห็นว่าตนเดินผิดทางแล้ว  ท่านก็ปล่อยเลยตามเลย  ทำใจดีสู้เสือ  เข้าไปทักอย่างกันเองว่า

       "แหม  วันนี้พ่อเหนื่อยเหลือเกิน  ขอกาแฟพ่อกินถ้วยหนึ่งได้ไหม"

       "ได้ซิครับ  เชิญตามสบายครับ"

       ว่าแล้ว  ชายผู้นั้นก็ไปยกเก้าอี้มาให้คุณพ่อบอสโกนั่ง  ส่วนภรรยาและลูกสาวก็รีบไปเตรียมกาแฟ  เมื่อคุณพ่อบอสโกนั่งแล้วนายเพชฌฆาตก็ถามว่า

       "แต่คุณพ่อครับ  คุณพ่อทราบหรือเปล่าว่า  เวลานี้คุณพ่ออยู่ในบ้านของใคร"

       "ทำไมจะไม่รู้  ก็พ่อกำลังอยู่ในบ้านของบุรุษผู้ใจดีอารีอารอบคนหนึ่งไงล่ะ"

       "มันไม่เป็นอย่างนั้นหรอกครับ  เวลานี้คุณพ่อกำลังอยู่ในบ้านของเพชฌฆาตรู้ไหม"

       "ก็ไม่เห็นแปลกอะไรนี่  พ่อรู้ว่าพวกเธอเป็นคริสตังดี และแค่นี้ก็พอแล้ว พ่ออยากเป็นเพื่อนกับเธอรู้ไหม"

       เจ้าเพชฌฆาตผู้อาภัพของเรา  ซึ่งไม่เคยได้ยินใครพูดดีๆ กับตนเลย  มาคราวนี้  เมื่อได้ฟังถ้อยคำอันหวานหูและเป็นมิตรจากผู้มีศักดิ์เป็นถึงพระสงฆ์  ก็ให้รู้สึกตื้นตันใจ  แสดงความพินอบพิเทาโอบอ้อมอารีเป็นอย่างดียิ่ง  และพอดีขณะนั้นภรรยาของนายเพชฌฆาตยกกาแฟมาให้คุณพ่อบอสโก  เมื่อเห็นว่าเขายกมาเพียงถ้วยเดียวเท่านั้น  ท่านก็รีบขอให้เอามาอีกถ้วยหนึ่ง  ท่านกล่าวกับนายเพชฌฆาตว่า

       "เราต้องดื่มด้วยกันถึงจะถูกนะ"

       "โอย  ไม่ได้หรอกครับ  ผมผู้ซึ่งทำลายชีวิตมนุษย์ให้ไปสู่โลกอื่นจะมาดื่มกาแฟกับคุณพ่อ  ซึ่งเป็นผู้นำมนุษย์ไปสวรรค์รึครับ...."

       "ก็ไม่เห็นแปลอะไรนี่  เพราะเราต่างทำหน้าที่อันสุจริตและเป็นประโยชน์ทั้งคู่  เพียงแต่ของเธอเพื่อสังคม  และของพ่อเพื่อพระเท่านั้น "

       พอดีเขายกกาแฟถ้วยที่สองมา  คุณพ่อบอสโกจึงยื่นให้นายเพชฌฆาต  แล้วทั้งสองก็ดื่มด้วยกันอย่างร่าเริง  และคราวนี้ไม่ใช่เป็นคราวสุดท้ายแน่  เพราะตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา  นายเพชฌฆาตของเราผู้นี้ก็มาแก้บาปและรับศีลร่วมกับบรรดานักโทษอื่นๆ เป็นประจำ และในที่สุดเขาก็ได้ละทิ้งอาชีพอันไม่เป็นมงคลนี้ไปประกอบการงานอื่นที่ดีกว่านั้น
คุณพ่อบอสโกชอบเล่าเรื่องนี้ให้เด็กของท่านฟังเสมอ  และท่านมักลงท้ายด้วยอาการยิ้มๆ ว่า

           "ดังนั้น  พ่อกับเพชฌฆาตก็ได้เป็นเพื่อนสนิทกันทีเดียวละ"