อ่านบทความย้อนหลัง   พิมพ์บทความ PRINT             

 

มหาชัยในกรุงบาร์เชลโลนา

---------------------------------------

         นื่องจากบรรดาสหกรซาเลเซียนมากมายได้รบเร้าคุณพ่อบอสโกให้ไปประเทศสเปน  ฉะนั้นในปี ค.ศ.  1886  (ซึ่งรวมอายุของท่านในเวลานั้นได้ 71 ปีแล้ว)  ท่านจึงได้ยอมตามความประสงค์ของพวกเขา  และตกลงออกเดินทางไปยังประเทศสเปน  ซึ่งพอทราบข่าวนี้แล้ว  หนังสือพิมพ์ทุกฉบับก็พากันประโคมข่าวกันอย่างครึกโครมทันที

       พอไปถึงกรุงบาร์เซลโลนา  ท่านก็ได้รับการต้อนรับอย่างมโหฬารเยี่ยงกษัตริย์ทีเดียว  ทุกคนไม่ว่าจะเป็นเจ้าขุนมูลนาย  หรือเจ้าใหญ่นายโตคนสำคัญอะไร  ต่างพากันมาจากทุกทิศทุกทาง เพื่อมาพบท่านด้วยกันทั้งนั้น

       ที่สถานีมีรถม้าชั้นหนึ่งของผู้ทรงศักดิ์ตั้ง  40 คัน   รอรับ ท่านอยู่เป็นแถว
ยาวเหยีย             ประชาชนพากันมาต้อนรับท่านอย่างล้นหลาม  และเพื่อเห็นท่านได้อย่างถนัดหน่อย  บางคนก็ถึงกับปีนขึ้นไปบนหลังคาบ้านบ้าง  บนกำแพงบ้าง  บนต้นไม้ข้างทางบ้าง  เห็นหน้าสลอนเต็มไปหมดทีเดียว

       ทางการจำเป็นต้องจัดขบวนรถไฟ  และรถขนส่งพิเศษขึ้นมามากมายเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน  ความตื่นเต้นเร่าร้อนครอบงำเมืองนี้ทั้งเมือง  ตลอดเวลาที่คุณพ่อบอสโกพำนักอยู่ตั้งแต่เช้าจนเย็น  ผู้ดีมีตระกูล  ต่างไหลมาเทมาไม่หยุดหย่อน  มีทั้งรัฐบุรุษ  สุภาพสตรีชั้นสูง  พระสงฆ์  นักบวช  ฆราวาส  และประชาชนนับไม่ถ้วน  ทั้งนี้ อย่างน้อยเพื่อจะได้เห็นท่านนักบุญสักครั้งหนึ่ง  และเพื่อจะได้รับพรซึ่งคุณพ่อบอสโกอวยพรให้จากระเบียงบ้านที่ท่านพักอยู่นั้น

       ในระหว่างวันเหล่านั้น  คุณพ่อบอสโกได้ทำอัศจรรย์มากมาย  คนง่อยเปลี้ยเสียขา  หรือเป็นโรคอะไรไม่ว่า  และเมื่อได้รับพรจากท่านแล้วก็หายจากโรคสิ้น  นอกนั้นท่านยังได้ทำนายถึงอนาคตของเด็กอายุสองขวบคนหนึ่งว่า ภายหลังเขาจะได้เป็นพระสงฆ์ในคณะซาเลเซียน  ซึ่งความจริงต่อมาเหตุการณ์ก็ได้เป็นไปตามคำทำนายของท่านทุกประการ

       ในวันที่  15  เมษายนปีนั้นเอง  คริสตสมาคม  แห่งประเทศสเปน  ซึ่งในระหว่างบรรดาสมาชิกก็มีบุคคลเด่นๆ ของเมืองรวมอยู่ด้วยมากมาย  ได้จัดให้มีการชุมนุมรื่นเริงขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแด่คุณพ่อบอสโก  และทั้งนี้เพื่อทำพิธีมอบเหรียญทองกับตราเกียรติยศแห่ง ซันยอร์โย ให้ท่านด้วย

       เขาได้กล่าวสุนทรพจน์ยกย่องชมเชยท่านกับกิจการอันน่าทึ่งซึ่งท่านได้ประกอบขึ้นอย่างจริงใจ  และน่าฟังยิ่ง  และในตอนสุดท้าย  เขาได้เชิญคุณพ่อบอสโกให้ทำการปราศรัยบ้าง

       คุณพ่อบอสโกลุกขึ้นและกล่าวสั้นๆ ว่า

       "วัตถุประสงค์  หรือจุดหมายแห่งคณะข้าพเจ้าก็คือ  การชำระล้างบ้านเมืองให้ปราศจากเด็กกลางถนน  และเด็กหัวขโมยทั้งหลาย  โดยการรวบรวมเด็กเหล่านี้มาอบรมดูแลสั่งสอนให้กลับกลายเป็นที่อุ่นใจของครอบครัว  ให้เป็นศรีแก่ประเทศชาติให้เป็นผู้พิทักษ์ทรัพย์สินของพวกท่าน  แทนที่วันหนึ่ง  เขาอาจจะใช้ปืนมาจี้หรือมาปล้นเอาเงินไปจากพวกท่าน  แต่กิจการทั้งหลายแหล่เหล่านี้จะสำเร็จได้ก็โดยอาศัยความช่วยเหลือของพวกท่านนั่นเอง  ทว่า  กิจการเหล่านี้  ขอให้เป็นไปเพื่อเกียรติมงคลของพระเป็นเจ้าแต่ผู้เดียว"

        คุณพ่อบอสโกยังพูดต่อไปอีกโดยย้ำน้ำหนักทีละคำว่า

       "โอ้  กรุงบาร์เชโลนา  ซึ่งได้รับพระพรและมีลาภยิ่ง  ข้าฯ จะเผยแพร่เกียรติคุณของเจ้าตลอดแว่นแคว้นแดนอิตาลี  ข้าฯ  จะนำเหรียญทองนี้ไปให้สมเด็จพระสันตะปาปาทอดพระเนตร  และข้าฯ จะทูลพระองค์ว่า  เจ้ารัก และเคารพพระองค์สักเพียงไร....โอ้กรุงบาร์เชโลนา  เจ้าได้รับพระพรและมีลาภยิ่งเพราะเจ้ายึดมั่นในพระศาสนจักรศักดิ์สิทธิ์แห่งบรรพบุรุษของเจ้า  และมีความเอื้อเฟื้อต่อผู้ต้องการความช่วยเหลือมากมายถึงเพียงนี้"

       สิ้นเสียงกล่าวของคุณพ่อบอสโก  ห้องนั้นก็แทบถล่มทลายด้วยเสียงตบมือ  และเสียงโห่ร้องแสดงความยินดีของบรรดาผู้ฟังซึ่งรู้สึกจับใจในถ้อยคำของท่านเป็นล้นพ้น  ทุกคนต่างควักกระเป๋าบริจาคเงินช่วยเหลือกิจการของคณะซาเลเซียนอย่างไม่อั้นทีเดียวคุณพ่อบอสโกได้ขอบคุณทุกคนด้วยจริงใจ  แล้วตอนสุดท้ายท่านก็อวยพรให้...แหม.....ตอนนี้เป็นภาพที่น่าซาบซึ้งตรึงใจเสียนี่กระไรฝูงชนในที่นั้นซึ่งล้วนแล้วแต่ผู้ดีมีศักดิ์  ต่างพากันคุกเข่ารับพรจากคุณพ่อบอสโก  พอรับแล้วก็ลุกขึ้น  กรูกันเข้ามาห้อมล้อมคุณพ่อบอสโกไว้แน่น  ต่างเบียดเสียดเยียดยัดกัน  ทั้งนี้เพื่อจะได้จูบมือหรืออย่างน้อย  เพื่อจะได้จูบเสื้อหล่อของท่านก็เอาดี  กว่าคุณพ่อบอสโกจะออกมาถึงประตูได้ก็กินเวลาร่วมชั่วโมงครึ่ง  ฉะนั้นเมื่อถึงบ้านพักก็ค่ำแล้ว  คุณพ่อบอสโกเหนื่อยอ่อนแทบไม่มีกำลังทั้งนั้นก็ดีท่านยังยิ้มแย้มแจ่มใสและพูดอย่างสุภาพเพื่อถ่อมตัวเสมอว่า

       "แหม  โลกเราถูกพิชิตด้วยความฉลาดเพียงน้อยนิดอย่างงี้เองนะ" •