อ่านบทความย้อนหลัง   พิมพ์บทความ PRINT             

 

แยบคายดี

---------------------------------------

      เนื่องจากได้รับเชิญจากหลุยโกโมลโล  ให้ไปเที่ยวที่ตำบลของเขาตั้งหลายครั้งแล้ว  ในวันปิดเทอมปี ค.ศ.  1863  ยอห์นบอสโกได้ตัดสินใจไปที่ตำบล  ชินซาโน  ซึ่งจากกสเตลนูโอโว ต้องเดินไปราว  3 ชั่วโมง  จึงจะถึง  ยอห์น  บอสโกได้เลือกเพื่อนที่ดีที่สุดของเขาไปด้วยอีกสามคนมุ่งไปยังตำบลชินซาโน  ซึ่งมีคุณลุงของสามเณรหลุยโกโมลโล  เป็นพระสงฆ์เจ้าวัดอยู่ที่นั่นทันที
       พอไปถึงนักเดินทางของเราก็รู้สึกหิวจัด  รีบตรงไปที่บ้านของคุณพ่อเจ้าวัดทันที  แต่ก็ต้องได้รับความผิดหวัง  เพราะนางมักดาเลนา  ซึ่งเป็นคนรับใช้ของคุณเจ้าวัดบอกว่า  คุณพ่อเจ้าวัดไม่อยู่ ไปประชุมคณะสงฆ์ที่ตำบล  ชอลเซ  พร้อมกับโกโมลโลหลายชายของท่าน

       "เมื่อไหร่ท่านจะกลับไม่ทราบครับ"
       
"อ๋อ  อย่างเร็วก็เย็นนี้  แต่เมื่อคุณพ่อเจ้าวัดไม่อยู่  ฉันก็เสียใจที่จะต้อนรับใครไม่ได้เลย"

       สี่สหายของเราก็หน้าม่อยหันมาปรึกษากันว่าจะทำอย่างไรดี  จะไปที่ตำบลชอลเซอีก  โดยท้องแห้งอย่างงี้หรือใครจะเอาล่ะ  จะกลับไปกินข้าวที่บ้านหรือ  มันยิ่งไปกันใหญ่...ว้า..จะทำอย่างไรดีล่ะ
       ยอห์นบอสโกหัวไวเสมอ  เพียงแต่เรื่องง่ายๆ เช่นนี้หรือมันง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปากเสียอีกภายในชั่วพริบตา  ยอห์นก็ขบปัญหานี้แตกแล้ว  เริ่มดำเนินการทันที  โดยกล่าวกับคนใช้นั้นว่า

       "เอ แม้คุณพ่อเจ้าวัดไม่อยู่  แต่อย่างน้อยคงมีคุณนายมักดาเลนาอยู่ไม่ใช่หรือครับ  ผมรู้จักคุณนายผู้นี้ดี  ผมรู้ว่าคุณนายผู้นี้เป็นคนที่เก่งในทุกด้าน  เป็นมือขวาของคุณพ่อเจ้าวัดทีเดียว  การที่คุณนายมักดาเลนาอยู่ที่นี่  มันเป็นดังพระพรพิเศษจริงๆ ครับอย่างน้อยถ้าคุณพ่อเจ้าวัดไม่อยู่  ผมก็อยากมาคำนับคุณนายผู้นี้สักหน่อยครับ..."
       "เอ๊ะ  คำนับใครกันแน่คะ....คนใช้ผู้นั้นถามด้วยความแปลกใจ"
       "ก็คุณนายมักดาเลนาน่ะซีครับ  ผมอยากมาทำความรู้จักสักทีเพราะได้ยินชื่อเสียงระบือมานานแล้ว  ใครๆ ก็บอกว่าคุณนายมักดาเลนาผู้นี้เป็นผู้ที่ละเอียดรอบคอบ  และใจโอบอ้อมอารีอย่างที่สุดเชียวครับ"

        พอโดนคำ  คุณนาย  เข้าไปสองสามที  บวกกับลูกยออีกเล็กน้อยแบบมาเหนือเมฆโดยไม่คาดฝันเช่นนี้  ยายคนใช้นั้นก็หน้าบานเท่ากระด้งมอญ กล่าวออกมาอย่างพึงพอใจว่า

       "อ้า.....อ้า........คนที่ชื่อมักดาเลนานั่นเป็นตัวดิฉันเองค่ะ  และอ้าคุณเป็นใครไม่ทราบ  จึงรู้จักดิฉันดีดังนี้เล่าคะ"
       "อ๋อ  ผมชื่อยอห์นบอสโก  จากเบกกี  ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของสามเณรโกโมลโลหลานชายของคุณพ่อเจ้าวัดนี้เองแหละครับ"
       "สามเณรบอสโก....ดิฉันได้ยินคุณพ่อเจ้าวัดกล่าวยกย่องชมเชยคุณอยู่เสมอ...เอ  อย่างงั้น  คุณก็มาจากกาสเตลนูโอโวใช่ไหมคะ"
       "นั่นแหละครับ  ถูกต้องทีเดียว  และอ้า....นี่เป็นเพื่อนของผมสามคนซึ่งก็เป็นมิตรสนิทกับสามเณรโกโมลโลด้วยเหมือนกันครับ  เรามาที่นี้ก็เพราะสามเณรโกโมลโลเป็นผู้เชิญให้มานั่นแหละครับ.....แต่....แต่คุณเป็นคุณนายมักดาเลนาเจ้าของบ้านนี้จริงๆ หรือครับ"
       "ไม่ใช่เจ้าของบ้านหรอกค่ะ  ดิฉันเป็นเพียงคนรับเท่านั้นเองดิฉันทำทุกอย่างตามความสามารถเพื่อเห็นแก่บ้าน  และคุณพ่อเจ้าวัดเสมอมา  ซึ่งท่านก็ได้ไว้ใจดิฉันมากว่า 30 ปีแล้วค่ะ"
       "อ๋อ  เรื่องนี้พวกเราทราบดีแล้วครับ  คุณพ่อเจ้าวัดเคยพูดเสมอๆว่า  คนอย่างคุณนายมักดาเลนานี้  จะไปหาที่ไหนก็ไม่มีอีกแล้วเป็นทั้งเหรัญญิก....ผู้จัดการ  และทำสารพัดอย่างด้วยความละเอียดลออรอบคอบอย่างหาตัวจับยากทีเดียวครับ"

       เมื่อโดนลูกยอซ้ำอีกเช่นนี้   นางมักดาเลนาก็สุกทั้งเป็นตัวแทบลอย  กล่าวตะกุกตะกักออกมาไม่สู้จะเต็มปากว่า

       "แต่  แหม...ดิฉันเสียใจเหลือเกินที่คุณพ่อเจ้าวัดไม่อยู่"
       "พวกเราก็เสียใจเหมือนกันครับ  แต่ไม่เป็นไร  ไว้คราวหน้าก็แล้วกัน"
       "คราวหน้าหรือคะ  แล้วเวลานี้พวกคุณจะไปไหนล่ะคะ"
       "พวกเราจะไปหาของกินตามร้านขายอาหารครับ"
       "โอย  อย่าเลยค่ะ....อ้ายเรื่องนี้พอจะจัดการได้  เชิญเข้ามาข้างในซิคะ  เชิญตามสบายเถอะค่ะ"
       "แต่คุณพ่อเจ้าวัดไม่อยู่นี่ครับ"
       "คุณพ่อเจ้าวัดไม่อยู่จะเป็นอะไรไปค่ะ  ดิฉันยังอยู่ทั้งคน   และคุณพ่อเจ้าวัดคงจะดีใจมากทีเดียว  เชิญเถอะค่ะ.....เชิญ....เชิญตามสบาย"

        เมื่อได้ท่าเช่นนี้  พวกเพื่อนๆ ก็ช่วยกันหยอดลูกยอกันอีกคนละลูกว่า 

       "แหมพวกเรามารบกวนคุณนายเหลือเกิน..."
       "พวกเราไม่อยากทำให้คุณนายผู้ใจดีต้องลำบากเช่นนี้เลย..."
       "แหม  คุณนายมีอะไรที่จะต้องทำอยู่มากแล้ว  แถมยัง.... "

       เมื่อได้ยินเช่นนี้  นางมักดาเลนาก็ขัดขึ้นว่า

       "โอย  อย่าไปคิดถึงมันเลยค่ะ  เชิญตามสบายเถอะ ดิฉันยังมีอ้ายนี่อีกนะ (พูดพลางก็ตบพวงกุญแจที่เอว) มันเป็นกุญแจห้องเก็บเหล้าองุ่นชนิดวิเศษค่ะ"

        ว่าแล้วนางก็จัดโน่นจัดนี่คล่องแคล่วว่องไว  ยังกะมีอายุอ่อนกว่าความจริงตั้ง 30 ปี ถลกข้อมืออย่างเอาจริงเอาจัง วิ่งไปในครัว  ยกสำรับ  จัดโต๊ะ  ทำทุกอย่าง  เดินไปเดินมาไม่หยุดหย่อน
        ปากก็พูดเล่าเรื่องของนางเอง  ชมเชยความใจดีของคุณพ่อเจ้าวัดและความศักดิ์สิทธิ์ของหลานชายคุญพ่อเจ้าวัดอย่างไม่หยุดปาก
        เพียงแต่ไม่กี่นาทีให้หลัง  โต๊ะอาหาร  ชั้นเลิสก็เรียบร้อย  แผนการของยอห์นบอสโกได้ผลเกินคาด ทุกคนรับประทานกันอย่างอิ่มหนำสำราญ  และลงท้ายด้วยการดื่มอวยชัยให้นางมักดาเลนาผู้เป็นเจ้าภาพในครั้งนี้ด้วย
        หลังจากนั้น  เมื่อมีโอกาสพบกับคุณพ่อเจ้าวัดเป็นครั้งแรกยอห์นบอสโกก็เล่าการผจญภัยให้ท่านฟังทุกอย่าง  ซึ่งเมื่อได้ฟังแล้วคุณพ่อเจ้าวัดก็ระเบิดหัวเราะออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ทีเดียว
        นี่แหละ หัวสมองอันปราดเปรื่องของยอห์นบอสโก  ซึ่งสามารถชนะอุปสรรคทุกอย่าง และได้ผลเกิดคาดเสมอ •

 

 



-TOP-