อ่านบทความย้อนหลัง   พิมพ์บทความ PRINT             

 

ความต้องการของคนบาป
จะเหือดหายไป


 

 

       ในวันที่ 6 สิงหาคม  1876  ได้มีพิธีเปิดทางรถไฟสายใหม่ซึ่งเชื่อมกรุงตุรินกับชีรีเอและลันโซ   นายอำเภอของตุรินได้ขอใช้สถานที่ของโรงเรียนซึ่งคุณพ่อบอสโกมีอยู่  ณ ลันโซ  สำหรับเลี้ยงน้ำชาบรรดาผู้มีเกียรติที่มาในพิธีนี้  ซึ่งมี ฯพณฯ  รัฐมนตรีถึง 3 ท่าน คือ  ฯพณฯ เดเปรติส 
ฯพณฯนิโกเตรา  และฯพณฯซานาร์เดลลี  พร้อมกับแขกเหรื่ออื่นมากมาย  รวมทั้งคุณพ่อบอสโกด้วย

        หลังจากการเลี้ยงน้ำชาแล้ว  ทุกคนก็ออกมานั่งที่สนามหญ้าคุยกันฐานะเพื่อนถึงเรื่องของคุณพ่อบอสโกซึ่งได้เคยเดินทางไปๆ มาๆ ที่กรุงโรม  และกรุงวาติกันบ่อยๆ  ในที่สุดมาถึงตอนหนึ่งท่านราชทูตผู้หนึ่ง  ชื่อ แอร์โกเล  ได้กล่าวขึ้นว่า

        "เนื่องจากคุณพ่อบอสโกสามารถอ่านในใจคนได้  ฉะนั้นขอบอกมาหน่อยซิว่า  ฯพณฯ นิโกเตรา กับ ฯพณฯ ซานาร์เดลลี  ใครเป็นคนบาปหยาบช้ามากกว่ากัน"

       ทุกคนหัวเราะอย่างครื้นเครงในคำถามกระเซ้านี้  และคุณพ่อบอสโกได้ตอบว่า
       "ว่ากันตามจริงแล้ว  เพื่อสามารถให้คำตอบที่ถูกต้องได้  ก็จำเป็นต้องให้  พณฯ ทั้งสองมาทำการเข้าเงียบและแก้บาปมูลให้เรียบร้อยเสียก่อนซิครับ  ผมจึงจะสามารถตัดสินภายในใจได้"

       เนื่องจาก ฯพณฯ  แอร์โกเล  ยังกระเซ้ากระซี้คุณพ่อบอสโกให้ตอบให้ได้  ฯพณฯ นิโกเตรา  จึงขัดขึ้นบ้างว่า
       "เออแทนที่จะเอาผมไปเปรียบให้คุณพ่ออ่านใจนั่นน่ะ  ควรนักหนาที่ ฯพณฯ จะต้องถามคุณพ่อบอสโกให้บอกซิว่า  ฯพณฯ น่ะเป็นคนบาปกว่าคนอื่นๆ ทั้งหมดหรือเปล่า  ก็จะดีกว่านา"

        ฯพณฯ แอร์โกเลตอบว่า
       "ก็ผมยังไม่อยากกลับใจนี่นา  ยังมีเวลาถมไป"

       ฯพณฯ  นิโกเตราได้ท่า  จึงตอกเอาว่า
       "นั่นน่ะซี  ฯพณฯ  ลืมไปแล้วหรือว่า  ในพระคัมภีร์มีจารึกไว้ว่าความต้องการของคนบาปจะเหือดหายไป"

       เมื่อได้ฟังความอันคมรายนี้  ทุกคนก็พากันตบมือเกรียวกราวและสนับสนุนว่า
       "แจ๋วไปเลย  อย่างงั้นซิน่า"
       ฯพณฯ  แอร์โกเล  ชักเสียท่า  จึงหันไปทางคุณพ่อบอสโกแล้วถามว่า

       "คุณพ่อคิดว่าพวกเราทุกคนมีหวังเอาวิญญาณรอดไหมครับ"

       "ผมคิดว่าคงเป็นเช่นนั้น  เพราะพระเมตตาของพระเป็นเจ้าช่างใหญ๋ยิ่งเหลือเกิน"

       "แต่พวกเรายังไม่อยากกลับใจเดี๋ยวนี้นะครับ"

       "อย่างงั้นก็หมายความว่า  พวก ฯพณฯ  ทั้งหลายอยากดำเนินชีวิตต่อไปเช่นนี้เรื่อยๆ จนกว่าจะได้รับการดลใจพิเศษของพระจิตเจ้า  แล้วจึง...."

       "น่านแหละครับ ถูกเผงทีเดียว"

       "อย่างนั้น  ผมก็จำเป็นต้องบอกเหมือนกับที่ ฯพณฯ นิโกเตราได้บอกเมื่อตะกี้นี้ว่า  ความต้องการของคนบาปจะเหือดหายไปนั่นแหละครับ"

       ทุกคนหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน  และก่อนลาคุณพ่อบอสโกไป ยังได้บอกด้วยใจจริงว่า  พวกเขาได้รับความชื่นบานในการอยู่ร่วมวงสนทนากับท่านเหลือเกิน 
       ส่วนคุณพ่อบอสโกได้หัวเราะเหมือนกัน  เพราะท่านได้สามารถแทรกคำเทศน์เล็กๆน้อยๆ ในวงสนทนาเพื่อกระตุ้นเตือนใจคนสำคัญๆ เหล่านั้น  ซึ่งบางทีพวกเขาไม่เคยได้ยินได้ฟังมาก่อนเลยก็เป็นได้ •

 

 



-TOP-