อ่านบทความย้อนหลัง   พิมพ์บทความ PRINT             

 

พิธีฝังศพครั้งใหญ่ในราชสำนัก



       ในวันที่  28  พฤศจิกายน  ค ศ.  1854  ได้มีการร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการทำลายล้างคณะนักบวชต่างๆ ขึ้น   ซึ่งเมื่อคุณพ่อบอสโกทราบเรื่องแล้วก็รู้สึกมีความเศร้าโศกอย่างใหญ่หลวงและก็พอดีในระหว่างวันเหล่านั้น  ท่านได้ฝันแปลกมาก  ดังจะได้เล่าต่อไปนี้

       ดูเหมือนว่าท่านปรากฎตัวอยู่ในสนามของศูนย์ยุวชนมีเด็กๆ สามเณรและพระสงฆ์หลายองค์อยู่รอบๆ ท่าน  ทันใดนั้นมหาดเล็กหลวงคนหนึ่งก็พรวดพราดเข้ามาอยู่ต่อหน้าคุณพ่อบอสโกพลางตะโกนว่า

       "ข่าวใหญ่"
       "ข่าวอะไร..." คุณพ่อบอสโกถาม
       "จงไปบอกให้ทุกคนทราบว่า คนสำคัญคนหนึ่งในพระราชสำนักจะถึงซึ่งความตาย"

       แล้วนั้นภาพทั้งหมดก็อันตรธานหายไป
       ห้าวันหลังจากนั้น  คุณพ่อบอสโกได้ฝันอีก  คราวนี้ดูเหมือนว่าท่านกำลังเขียนหนังสืออยู่ในห้อง  ทันใด ท่านได้ยินเสียงรถม้าวิ่งมาในสนาม  ต่อจากนั้นประตูห้องของท่านก็เปิดออก  และแล้วมหาดเล็กคนเดิมแต่งชุดแดงก็โผล่หัวเข้ามาตะโกนว่า

       "ไม่ใช่คนเดียว  แต่คนสำคัญหลายคนในพระราชสำนักจะถึงซึ่งความตาย"

       มหาดเล็กผู้นั้นตะโกน 2 ครั้งติดๆ กันแล้วก็ออกไปพลางปิดประตูดังเดิม  คุณพ่อบอสโกรีบวิ่งไปดูที่ระเบียงก็เห็นมหาดเล็กผู้นั้นนั่งอยู่บนอานม้าแล้ว  คุณพ่อบอสโกถามไปว่าคำเหล่านี้แปลว่าอะไร  แต่มหาดเล็กผู้นั้นไม่ฟังเสียง  ลงแซ่ม้าให้วิ่งพลางตะโกนอีกว่า "คนสำคัญหลายคนในพระราชสำนักจะถึงซึ่งความตาย ต่อจากนั้นภาพทั้งหมดก็อันตรธานไป"

       รุ่งเช้า ท่านนักบุญซึ่งได้แจ้งการฝันครั้งแรกแก่กษัตริย์แล้วก็ได้เขียนจดหมายแบบเดียวกันอีกฉบับหนึ่ง  เล่าการฝันครั้งที่สอง โดยขอร้องให้พระองค์ใช้ทุกวิถีทางเพื่อระงับพระราชบัญญัติฉบับนั้น

       ปรากฏว่า  ในวันเหล่านั้นพระนางเจ้ามารีอาเทเรซาพระราชมารดาได้ทรงประชวรหนัก  และในวันที่  12  มกราคม  ก็ได้สวรรคต  รวมพระชนมายุได้  55 พรรษา

       เช้าวันที่  16  มีพิธีปลงพระศพ  และก็ในเย็นวันเดียวกันนั้นเองที่พระนางเจ้ามารีอาอาเดไลเดพระบรมราชินี  ได้รับศีลเสบียงและได้สิ้นพระชนม์ไปในวันที่  20  รวมพระชนมายุได้ 33 พรรษา


       ยังไม่พอ  เพราะในตอนเย็นวันเดียวกันนั้น  พระราชอนุชาพระองค์เจ้าแฟร์ดินันโดก็ได้รับศีลเสบียงและวายพระชนม์ไปในเวลากลางคืนระหว่างวันที่  10 และ  11 กุมภาพันธ์  รวมพระชนมายุได้ 33 พรรษาเช่นกัน

       ทว่า  แม้จะมีบุคคลสำคัญ ๆ สิ้นพระชนม์ติดๆ กันเช่นนี้ก็ตาม  ในวันที่  15 กุมภาพันธ์  สภาก็ได้ทำการเปิดประชุมถกเถียงกันถึงเรื่องพระราชบัญญัติฉบับนั้น  และหลังจากได้ประชุมกันถึง  17 ครั้งก็ได้ตกลงรับหลักการและผ่านไปยังวุฒิสภาทันที

       ความหวังเกือบเลื่อนลอยแล้ว  พระเจ้าจึงได้ส่งคำเตือนครั้งที่สี่มา  นั่นคือ  ในวันที่  17 พฤษภาคม  พระราชสำนักต้องระทมทุกข์กันอีกวาระหนึ่งเพราะพระราชโอรสองค์สุดท้ายในพระนางเจ้ามารีอาอาเดไลเด  ก็ได้สิ้นพระชนม์ติดตามพระราชมารดาไปด้วย

       ฉะนั้น  ภายใน 4 เดือน  พระเจ้าแผ่นดินได้เสียพระราชมารดาพระมเหสี  พระราชอนุชาและพระราชโอรสไปติดๆ กัน ฉะนั้นภาพที่คุณพ่อบอสโกได้เห็นในวันนั้นกลับเป็นความจริงทุกประการทว่า  แม้แต่จะเป็นเช่นนี้  ในวันที่  22  พฤษภาคม  วุฒิสภาก็ได้ตกลงรับรองพระราชบัญญัติฉบับนั้น  โดยมีเสียงเกินครึ่งเพียง 11 เสียงเท่านั้น

       คราวนี้คุณพ่อบอสโกหัวเราะไม่ออก  เพราะคอนแวนต์และวัดวาอารามถูกปิดเป็นจำนวนร้อยๆ และนักบวชทั้งชายหญิงเป็นจำนวนพันๆ ถูกขับไล่ให้กระจัดกระจายไปหมด  มีแต่พวกอั้งยี่ฟรีเมซอนซึ่งเป็นสมาชิกสมาคมลับที่มีจิตใจเต็มไปด้วยความเกลียดและเคียดแค้นความดีเท่านั้นได้หัวเราะในความมีชัยครั้งนี้  ในขณะที่ทั้งพระราชสำนักและประชาชนต้องครวญคร่ำร่ำไห้กันเพราะความโศกาอาดูรอันสุดบรรยายได้


 



-TOP-