อ่านบทความย้อนหลัง   พิมพ์บทความ PRINT             

 

มิตรประเสริฐสองราย



       แม้กฎหมายจะได้ออกมาแล้วก็ตาม  แต่คุณพ่อบอสโกก็ยังไม่หยุดเขียนจดหมายไปถึงพระเจ้าแผ่นดิน  เตือนให้พระองค์ถอยจากความผิดอันใหญ่หลวงครั้งนี้  วันหนึ่งพระเจ้าแผ่นดินได้ตรัสถึงเรื่องนี้กับท่านเคานท์ดันโกรญา  ราชองครักษ์ของพระองค์ว่า

       "พับผ่าซิ  ฉันอยากรู้จักคนคนนี้และอยากพูดกับเขาเหลือเกิน"

       ฉะนั้น  เช้าตรู่วันหนึ่ง  พระองค์พร้อมกับราชองครักษ์คนนั้นได้ทรงม้าไปยังวัลดอกโก  และขอเข้าพบคุณพ่อบอสโก  แต่เผอิญไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้  คุณพ่อบอสโกได้กำชับคนเฝ้าประตูไว้ว่า

       "เช้านี้พ่อมีงานมาก  แม้แต่พระเจ้าแผ่นดินจะมา  ก็ให้บอกว่าพ่อรับไม่ได้"

        คนเฝ้าประตูพาซื่อถือตามคำสั่งของคุณพ่อบอสโกอย่างเคร่งครัด  ดังนั้นพระเจ้าวิกเตอร์เอมานูเอลจึงต้องเสด็จกลับไปด้วยความผิดหวัง
วันรุ่งขึ้น  ราชองครักษ์คนนั้นจึงรีบมาใหม่  และถามท่านนักบุญด้วยความไม่สู้พอใจนักว่า......

       "ท่านคือดอนบอสโกใช่ไหม....."
       "ใช่ฉันเอง"
       "เป็นคุณพ่อเองรึที่ได้เขียนจดหมายเหล่านั้นไปถึงพระมหากษัตริย์คุณพ่อนึกว่าพระองค์ทรงปกครองประเทศไม่เป็นรึ  จึงได้เขียนไปสั่งสอนแกมบังคับเช่นนั้น...."
       "เปล่า  ฉันเขียนไปด้วยเจตนาดี  ไม่ได้ตั้งใจที่จะบังคับใครเลย"

        ราชองครักษ์นั้นไม่ฟังเสียง  เริ่มด่าคุณพ่อบอสโกเสียยกใหญ่  หาว่าคุณพ่อเป็นตัวทรยศ   เป็นบ้า  เป็นตัวกบฏ  และเป็นศัตรูของพระมหากษัตริย์
       คุณพ่อบอสโกพยายามยุติเรื่อง  แต่ราชองครักษ์ยิ่งโกรธใหญ่  จนถึงตอนหนึ่งได้พูดขึ้นว่า....

       "ไม่ได้....คำพูดอย่างเดียวไม่พอ  คุณพ่อต้องชดเชยด้วยกิจการฐานที่ได้บังอาจเขียนจดหมายพรรณนั้นไปถึงพระมหากษัตริย์
       "ในพระนามของพระมหากษัตริย์  คุณพ่อต้องนั่งลงและเขียนตามสิ่งที่ฉันจะบอกเดี๋ยวนี้"
       "ได้...."

        ดังนั้นท่านราชองครักษ์จึงเริ่มบอกให้เขียนตามแบบขอคืนคำซึ่งขัดแย้งต่อความจริง  คุณพ่อบอสโกวางปากกาทันทีพลางพูดว่า....

       "เป็นไปไม่ได้....ฉันจะไม่ยอมเขียนอะไรทำนองนี้เป็นอันขาด"
       "ยอมหรือไม่ยอมก็ต้องเขียน"
       "ฉันไม่ยอมเขียน..."

       ท่านราชองครักษ์โมโหสุดขีด  มือกระชับดาบแน่นเป็นเชิงท้าทายให้ไปดวลกันทันที  แต่คุณพ่อบอสโกไม่สะทกสะท้าน  ท่านราบคาบอ่อนหวานตามเดิม  และพูดขึ้นว่า...

        "แหม.....ถ้าฉันรู้ว่าท่านมาที่นี่เรื่องนี้ละก็  ฉันก็คงไปที่บ้านของท่านเองแล้วละ  และท่านก็คงไม่ต้องมาที่นี่ให้ลำบากเปล่าๆ...."

        ท่านราชองครักษ์รู้สึกแปลกใจในคำพูดของคุณพ่อบอสโกมาก  เพื่อได้สงบสติอารมณ์ลงแล้ว  จึงพูดอย่างราบคาบและอ่อนหวานกว่าเดิมว่า...

        "ไหนคุณพ่อจะไปที่บ้านของฉันรึ..."
        " ถูกแล้ว"
        "คุณพ่อไม่กลัวรึ..."
        " ไม่กลัว"
        "จริงรึ..."
       "แน่นอน"

       
ดังนั้น  วันรุ่งขึ้น  คุณพ่อบอสโกก็ได้ไปที่บ้านของท่านเคานท์ดันโกรญาตามเวลานัดจริงๆ  ทั้งสองได้ตกลงกัน  และคุณพ่อบอสโกได้เขียนจดหมายที่เหมาะกับสถานการณ์ไปถึงพระเจ้าแผ่นดินฉบับหนึ่ง  และตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา  ท่านเคานท์ดันโกรญาก็ได้กลับเป็นเพื่อนสนิท  ซึ่งได้ให้ความช่วยเหลือแก่คุณพ่อบอสโกเป็นนิตย์
ยิ่งกว่านั้น  แม้แต่พระมหากษัตริย์พระเจ้าวิกตอร์เอมานูเอลเองก็ทรงมีความนับถือคุณพ่อบอสโกเป็นอย่างมาก   พระองค์มักหาโอกาสไปเยี่ยมท่านนักบุญบ่อยๆ ทั้งเมื่ออยู่ที่เมืองตุรินและเมืองฟีเรนเซ  ครั้งหนึ่ง พระองค์ตรัสถึงคุณพ่อบอสโกกับพระอัครสังฆราชแห่งเมืองเยนัวว่า

       "พระคุณเจ้าทราบหรือเปล่า  ฉันรับรองได้ว่าคุณพ่อบอสโกเป็นนักบุญจริงๆ"

        พระมหากษัตริย์ได้ให้ความอุปถัมภ์และความช่วยเหลือแก่คุณพ่อบอสโกไม่ขาดสาย  ซึ่งราชวงค์ซาโวยาก็ได้ถือกันเป็นธรรมเนียมปฏิบัติเรื่อยมาไม่ว่างเว้น
เมื่อเรื่องทุกอย่างเป็นไปด้วยดีดังนี้  ท่านนักบุญก็ยิ้มด้วยความสุข•

 

 

 



-TOP-