อ่านบทความย้อนหลัง   พิมพ์บทความ PRINT             

 

ท้าความตาย



       ในเดือนพฤษภาคม  ค.ศ.  1883  คุณพ่อบอสโกได้เดินทางไปกรุงปารีสเพื่อบอกบุญสำหรับบกิจการงานของท่าน  และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง  เพื่อหาเงินมาสร้างวัดซึ่งถวายแด่พระหฤทัยอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูเจ้าที่กรุงโรม

       การเดินทางไปประเทศฝรั่งเศสของท่านครั้งนี้เป็นชัยชนะอันใหญ่ยิ่ง  ทุกคนให้การต้อนรับอย่างมโหฬาร  และในเย็นวันเดียวกันที่ท่านไปถึง  ท่านก็ได้รับเชิญให้ไปอวยพรบุตรชายสุดสวาทของผู้ดีมีตระกูลที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดผู้หนึ่งซึ่งกำลังจะตายและได้รับศีลเจิมคนป่วยเรียบร้อยแล้ว  คุณพ่อบอสโกตอบว่า

       "ได้  พ่อจะไป  แต่มีข้อแม้ว่า  พรุ่งนี้เช้าเด็กคนนั้นจะต้องมาช่วยมิสซาของพ่อที่วัดนักบุญมารีอา  มักดาเลนา  ที่ซึ่งพ่อจะต้องเทศน์ด้วยนะ"

        แน่นอน  ข้อแม้นี้ช่างแปลกและไม่น่าเชื่อ  แต่คุณพ่อบอสโกทำเป็นไม่รู้  ไม่ชี้ และไปที่บ้านนั้น อย่างไม่รีบร้อน  เมื่อไปถึงเตียงของเด็กคนนั้นซึ่งกำลังเข้าตรีทูต  ท่านก็สวดภาวนาแล้วอวยพรให้  ต่อจากนั้นจึงพูดอีกว่า

       "พรุ่งนี้เขาจะช่วยมิสซาของพ่อที่วัดนักบุญมารีอามักดาเลนาแน่"

       ข่าวการท้าความตายนี้แพร่ไปอย่างรวดเร็ว  เช้าวันรุ่งขึ้นวัดนักบุญมารีอามักดาเลนา  ก็แออัดไปด้วยผู้คนซึ่งพากันมาดูด้วยความมักรู้มักเห็น
ทุกคนคุกเข่าสวดอย่างเงียบๆ แทบไม่หายใจ  กระหายที่จะได้ดูว่าเด็กคนนั้นมาช่วยมิสซาของคุณพ่อบอสโกหรือเปล่า  และทันใดนั้นเอง  ระฆังก็ดังขึ้นบอกเวลาของคุณพ่อบอสโกแล้ว

       สายตาทุกคู่ปักจ้องไปที่ประตูห้องศักดิ์สิทธิ์และก็ได้ประสบภาพอันไม่น่าเชื่อ  เพราะบุตรของท่านเคานท์  ซึ่งเมื่อวานนี้เขาตรีทูตอยู่  บัดนี้กำลังเดินนำหน้าคุณพ่อบอสโกออกมาพลางถือหนังสือมิสซาในมืออย่างผึ่งผายสง่างามเยี่ยงเทวดา

       ทุกคนรู้สึกตื้นตันใจเป็นกำลัง  ใครที่มีกล้องส่องทางไกลก็ใช้มองกันสลอนเพื่อจะได้เห็นอัศจรรย์นั้นอย่างชัดถนัดถนี่

       สตรีผู้ดีคนหนึ่งซึ่งเมื่อได้เห็นอัศจรรย์อันโจ่งแจ้งด้วยตาของตนเองเช่นนี้ก็ควักกระเป๋าซึ่งมีเงินมากมายออกมา  เทจนเกลี้ยงและถวายทำบุญช่วยกิจการของคุณพ่อบอสโกทันที  ส่วนคุณพ่อบอสโกก็ยิ้มด้วยความยินดี.

 

 


   

 



-TOP-