อ่านบทความย้อนหลัง   พิมพ์บทความ PRINT             

 

หากฉันจะตายคืนนี้ล่ะ?




       เป็นเวลานานแล้วที่คุณพ่อบอสโก  ได้พยายามใช้ความเอาใจใส่บวกกับความอ่อนโยนอย่างมากที่สุด  กับเด็กของศูนย์ยุวชนคนหนึ่งซึ่งเป็นคนที่ชอบอยู่ต่างหาก  ไม่ยอมสุงสิงหรือพูดจากับผู้ใหญ่เลย  ท่าทางมีพิรุธผิดสังเกตและหัวดื้อเหลินเกิน  แต่แม้ท่านจะพยายามสักเท่าใดก็ตามเด็กคนนี้ก็ยังคงหัวรั้นอยู่ตามเคย  ความพยายามของคุณพ่อบอสโกไร้ผลทั้งสิ้น
       จึงในที่สุด  คุณพ่อบอสโกได้คิดหาวิธีใหม่  ท่านเอากระดาษมาแผ่นหนึ่ง  แล้วเขียนลงไปว่า....หากฉันจะตายคืนนี้ล่ะ...ท่านได้เซ็นชื่อ  และได้เอากระดาษแผ่นนี้ไปวางไว้ระหว่างหมอนกับผ้าคลุมเตียงของเด็กที่น่าสงสารคนนั้น
       ตกค่ำ  ทุกคนไปนอน  และเด็กของเราคนนี้ก็ไปด้วย  เขาไม่สังหรณ์ใจอะไรเลย  ผลัดเสื้อผ้าเตรียมตัวนอนตามเคย  แต่พอเลิกผ้าคลุมเตียงออกเท่านั้น  ตาก็เหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นนั้นเอ๊ะ – มันเป็นอะไรนะ
       เขาได้หยิบมันขึ้นมาแล้วพลิกอ่าน.....หากฉันจะตายคืนนี้ล่ะพ่อบอสโก
       "เอ  คุณพ่อบอสโกท่านเป็นนักบุญ  ท่านรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า......เออ.....ใครจะกล้ารับรองว่าข้อความนี้ไม่จริงล่ะ......และถ้าหากผมจะตายจริงๆ ล่ะ.....หวา.....แย่โว้ย...ผมยังไม่อยากตาย....ไม่เอา"
       แม้แต่เป็นเช่นนี้  เขาก็ยังขึ้นเตียง  ดึงผ้าห่มมาคลุมตัวให้กระชับ  และพยายามนอนหลับ  นอนหลับกะผีอะไรเล่า.....จะหลับในสภาพเช่นนี้หรือ.....จะหลับโดยที่มีคำเหล่านั้นซึ่งเปรียบประดุจหนามที่คอยทิ่มแทงเขานั่นหรือ....หลับไม่ไหวดอก
       เขาพลิกตัวไปมา  พยายามปิดตาแน่น....แต่ไร้ผล  เขารู้สึกว่าคำเหล่านั้นก้องอยู่ในหูของเขาเสมอ  ดูเหมือนว่าเขาเห็นความตาย....พระตุลาการ...และนรก  อยู่ต่อหน้าเขาจริงๆ เขาผวาสะดุ้งลุกขึ้นนั่ง เหงื่อท่วมตัว  อุทานออกมาว่า
       "โอย  แย่มัน  ผมไม่อยากไปนรก  ผมอยากไปแก้บาป....."
       หลังจากที่ได้อธิษฐานขอแม่พระช่วยแล้ว เขาก็ลงจากเตียงแต่งตัวอย่างเรียบร้อยแล้วลงบันได  ข้ามระเบียงไป ต่อจากนั้นก็มุ่งตรงไปยังห้องของคุณพ่อบอสโก เคาะประตูทันที
       ฝ่ายนักบุญยอห์นบอสโกซึ่งกำลังคอยอยู่ก่อนแล้ว  ก็เปิดประตูนำเขาเข้ามา  และพูดว่า
      " โอ  ถ้าเธอจะรู้ว่าพ่อกำลังรอเธออยู่ด้วยใจกระหายสักเท่าไรละก็ "
       
เด็กของเราได้ทำการแก้บาปอย่างดี   และด้วยความเป็นทุกข์ถึงบาปอย่างจริงใจต่อจากนั้นจึงได้กลับไปนอนใหม่ด้วยความผาสุกอย่างที่เขาไม่เคยรู้สึกมาก่อนเลย.

 

 

 



-TOP-