อ่านบทความย้อนหลัง   พิมพ์บทความ PRINT             

 

เรื่องขำๆ ของคุณพ่อเจ้าวัดองค์หนึ่ง


.

 

 

      ในโอกาสวันระลึกถึงผู้ตาย  คุณพ่อบอสโกได้รับเชิญจากพระสงฆ์องค์หนึ่งแห่งสังฆมนฑลอัลบา  ให้ไปเทศน์เตือนใจสัตบุรุษที่นั่น  ซึ่งท่านก็ได้รับเชิญและไปด้วยความยินดี
ขากลับ  คือในวันที่  2 พฤศจิกายน  ท่านเดินลงจากเนินเพื่อไปยังสถานี  บรา แต่ปรากฏว่าท่านหลงทาง  และยิ่งทียิ่งค่ำลงซ้ำฝนก็ตกหนักเสียด้วย  ท่านจึงจำเป็นต้องเข้าไปขอที่หลบอาศัยจากคุณพ่อเจ้าอาวาสของวัดเล็กๆ แห่งหนึ่งซึ่งอยู่ข้างทางนั้น
       ปรากฏว่าคุณพ่อเจ้าวัดองค์นั้น  จนใจรับเพราะเสียไม่ได้และได้ตั้งคำถามใส่คุณพ่อบอสโกเป็นพืดทีเดียวว่า...

  

      "คุณพ่อเป็นใคร......"
       "ผมเป็นพระสงฆ์ที่น่าสงสารองค์หนึ่งของกรุงตุรินครับ และเนื่องจากผมหลงทาง  จึงต้องมาขอความกรุณาจากคุณพ่อ"
       "เอ๊ะ  คุณพ่อมีตำแหน่งอะไรในกรุงตุรินไม่ทราบ......"
        "ผมมีหน้าที่ดูแลวัดเล็กๆ แห่งหนึ่งในแถบวัลดอกโกครับ"
        "และคุณพ่อได้ทานอาหารเย็นแล้วหรือยัง......."
       "ยังเลยครับ  และถ้าหากคุณพ่อจะกรุณาละก็....."
        "แหม........เสียดายที่เวลานี้ไม่มีอะไรเหลืออยู่เลย  ผมจะให้ได้ก็เพียงแต่ขนมปังกับเนยนิดหน่อยเท่านั้น"
       "ไม่เป็นไรหรอกครับ  แค่นี้ก็ถมเถไปแล้ว  ผมรู้สึกขอบคุณเป็นล้นพ้น"
        "และบางทีคืนนี้คุณพ่ออยากพักที่นี่ด้วยใช่ไหมล่ะ......"
        "นั่นแหละครับ  ถูกต้องทีเดียว  เพราะป่านนี้รถไฟคงออกไปนานแล้ว"
        "น่าเห็นใจ......แต่เสียดายที่ไม่มีเตียงเหลืออยู่เลย "
        "อ๋อ  ไม่เป็นไรหรอกครับ  สำหรับเรื่องนี้มันง่ายนิดเดียว  เอาเก้าอี้สองตัวมาต่อกันผมก็นอนได้ครับ
        "ถ้าเช่นนี้ผมไม่ขัดข้อง  เสียใจนะที่ต้อนรับได้ไม่ถึงขนาด...."

       ขณะที่คนเสริฟโต๊ะเอาขนมปังกับเนยมาวางบนโต๊ะ  คุณพ่อเจ้าวัดองค์นั้นยังถามต่อไปอีกว่า

       "ไหน  คุณพ่อมาจากกรุงตุรินไม่ใช่รึ............."
       "ครับ"
       "อย่างงั้น  บางทีคุณพ่อคงรู้จักกับพระสงฆ์องค์หนึ่งซึ่งชื่อคุณพ่อบอสโกน่ะซี"
       "นิดหน่อยครับ"
       "ส่วนผมไม่เคยเจอท่านสักที  ผมต้องการไปขอความช่วยเหลือจากท่านสักอย่างหนึ่ง เอ....คุณพ่อบอสโกท่านยินดีช่วยเหลือผู้ที่ไปติดต่อกับท่านง่ายๆ ไหมนะ............. "
       "อ๋อ  แน่นอนครับ  ถ้าท่านสามารถช่วยได้ละก็   ท่านยินดีช่วยเหลือทุกคนเสมอ"
       "ผมคิดจะเขียนจดหมายไปถึงคุณพ่อบอสโกองค์นี้เพื่อขอให้ท่านรับเด็กกำพร้าเข้าในศูนย์ยุวชนของท่านพรุ่งนี้แหละ"
       "ผมรับรองได้ว่าคุณพ่อบอสโกต้องยินดีรับเป็นแน่ครับ"
       "จริงรึ....ไหน.....คุณเป็นเพื่อนกับคุณพ่อบอสโกด้วยรึ.........."
        "ถูกแล้วครับ เราเป็นเพื่อนเล่นหัวกันมาตั้งแต่เล็กทีเดียว"
       "อย่างงั้นคุณพ่อบอสโกจะยินดีรับคำขอร้องของผมแน่รึ........... "
       "อ๋อ  รับเรียบร้อยแล้วครับ  ทั้งนี้เพื่อตอบแทนมิตรจิตมิตรใจที่ท่านได้ต้อนรับผมในวันนี้"
       "เอ๊ะอย่างไรกัน  ผมงงไปหมดแล้ว....ไหน  ขอบอกผมตรงๆ ซิว่าคุณพ่อเป็นใครกันแน่"
       "อ๋อ  ผมคือคุณพ่อบอสโกเองแหละ"
       "คุณพ่อบอสโก...คุณพ่อคือคุณพ่อบอสโก...ตายโหง  ทำไมคุณพ่อไม่บอกผมก่อนล่ะครับ  ขอโทษนะครับที่ผมต้อนรับอย่างไม่สมเกียรติเช่นนี้  โธ่  ใครจะไปคิดถึงล่ะครับ....โอยๆ คุณพ่ออย่าเพิ่งกินเนยนั่นเลย  ผมจำได้ว่ายังมีอาหารดี ๆ เหลืออยู่อีกครับ"

       ว่าแล้ว  คุณพ่อเจ้าวัดองค์นั้นก็ลุกลี้ลุกลนยุ่งไปหมด  กุลีกุจอเรียกคนรับใช้ให้เอาผ้าสวยๆ มาปูโต๊ะ    สั่งให้ไปเตรียมซุบอย่างดี  พร้อมทั้งยังทอดไข่ชนิดวิเศษมาด้วย  ส่วนตัวคุณพ่อเจ้าวัดเองวิ่งไปเปิดตู้  คว้าไก่อบออกมาตั้งครึ่งตัว  แค่นี้ยังไม่พอท่านยังแถมวิ่งเต้นจัดหาทุกอย่างที่สามารถมาอีกเพื่อบริการ  คุณพ่อบอสโกอย่างถึงใจ  ฝ่ายคุณพ่อบอสโกได้แต่ยิ้มด้วยความขบขันในเมื่อเหตุการณ์กลับตาลปัตรเช่นนี้
       หลังอาหารแล้วคุณพ่อเจ้าวัดองค์นั้นยังจัดเตียงพิเศษที่อ่อนนุ่มชวนนอนให้คุณพ่อบอสโกอีกด้วย  และรุ่งเช้ายังแถมไปส่งท่านถึงสถานีรถไฟ  พลางกล่าวคำขอโทษขอโพยท่านไปตลอดทางด้วยความสุภาพยิ่ง  ส่วนคุณพ่อบอสโกไม่เคยถือสา  ท่านหัวเราะร่าและตอนก่อนจาก ท่านยังหันมาพูดว่า


           "คุณพ่อที่รัก  ให้เราจดจำเรื่องนี้ไว้เป็นบทเรียนสำหรับคราวต่อไปเถอะ  คือถ้าเราไม่มีอะไรก็ไม่ต้องให้อะไร  ถ้ามีน้อยก็จงให้น้อย  และถ้าหากว่ามีมาก  ก็จงให้ตามที่เราเห็นควร  แต่จงทำทุกอย่างด้วยความรักทุกครั้ง  เพราะเราจะได้ประโยชน์เสมอ"

     

     



-TOP-