หน้า 1       

       

08 กรกฎาคม 1990


 

 

          ช่วยทำมิสซา 7.30 น.  และเทศน์ มีสังฆานุกร Thanh มาช่วยพิธีกรรม ให้บราเดอร์ทำหลายอย่างเอง อาทิ การแนะนำ การทักทายหลังรับศีล ก่อภาวนามวลชน… เสร็จมิสซาก็ออกไปทักทายหน้าวัด พบหลายคนเคยประจำอยู่สัตหีบบ้าง ที่โคราชบ้าง… ในช่วงสงครามเวียดนาม… เจอผู้หญิงเวียดนามคนหนึ่ง อายุรุ่นป้าเข้ามาทักทายเป็นภาษาอังกฤษ… แบบเวียดนามพูด บอกว่ามีน้องสาวคนหนึ่งอยู่เมืองไทย ชื่อบุญเยี่ยม เปิดร้านเสริมสวยอยู่กรุงเทพ มีชื่อเสียงมาก… บอกชื่อบุญเยี่ยมใครก็รู้จัก… อยากให้ช่วยติดต่อให้ด้วย และเอาที่อยู่ไปให้เผื่อจะติดต่อมาสหรัฐ… ที่อยู่ของบุญเยี่ยมไม่รู้ แต่ไปถามสถานทูตเวียดนามที่กรุงเทพเขารู้จัก… ก็สัญญาว่าจะช่วย พร้อมกับบอกป้าว่ามีเชื้อสายเวียดนามเขาดีใจใหญ่…. พยายามพูดภาษาเวียดนามด้วย แต่พูดไม่ได้มากอย่างเขาต้องการให้เราพูด พอดีมีคนมาทักทาย เลยไม่ได้คุยต่อ… เขาบอกว่ามีครอบครัวเวียดนามหลายครอบครัว ที่ Atlanta เขาจะมาร่วมพิธีด้วยกันและมีคุณพ่อเวียดนามคอยดูแล

 

 

            กำลังจะเปลี่ยนเสื้อพิธีกรรมก็เห็นเด็กผู้หญิงเอเชียคนหนึ่ง ยิ้มแย้มน่าตาน่ารัก ไว้ผมยาว อายุคง 14-15 ปี เลยเข้าไปทัก… เธอเป็นชาวเวียดนามเหมือนกัน มาวัดกับพ่อแม่… มาก่อน ส่วนพ่อแม่ตามมาทีหลัง พูดสำนวนอเมริกันได้ดีมาก ดีกว่าอเมริกันบางคนอีก… เธอเกิดที่นี่และตอนนี้ก็เป็นพลเมืองสหรัฐแล้ว… คุยสนุกดี

            9.00 น. เป็นอีกมิสซาหนึ่ง… มีคุณพ่อปลัดทำ เลยร่วมมิสซากับเขาด้วย ถึงเวลาก็เทศน์บอกบุญ

            10.30 น. เป็นมิสซาที่เป็นประธานเองเทศน์เอง… มีคนมาร่วมมากกว่าทุกมิสซา มีบราเดอร์Thanh ช่วยเป็นสังฆานุกร… เห็นคุณพ่อปลัดทำมิสซาแล้วอดสงสารสัตบุรุษที่มาร่วมไม่ได้ แต่พวกเขาคงจะเคยแล้ว ได้แต่ชมว่าคุณพ่อปลัดกล้าและไม่กลัวปมด้อย… นั่นคงเป็นวิธีดีที่สุดของการเอาชนะปมด้อย คือยอมรับปมด้อย โดยไม่รู้สึกว่ามีปมด้อย และเชื่อว่าคนอื่นรู้ก็ยอมรับได้… สำคัญคืออย่าทำให้คนอื่นไม่ยอมรับ เพราะปมด้อยเมื่อเป็นที่ยอมรับก็ไม่เป็นด้อยอีกต่อไป แต่ถ้าไม่ยอมรับก็จะกลายเป็นปมด้อย ที่เป็นปมด้อย… เพราะด้อยแล้ว ยังต้องเพิ่มปมด้อยขึ้นมาอีกอย่าง กล่าวคือปมด้อยจากตัวเองและปมด้อยที่คนอื่นยัดเยียดให้… ที่จริงถ้าคนอื่นถือเป็นเรื่องธรรมดา และไม่แสดงออกว่าเห็นเป็นปมด้อย ไม่ว่าด้วยคำพูด ท่าทีหรือสายตา… มันก็กลายเป็นเรื่องธรรมดา… อะไรที่เป็นธรรมดาก็ไม่ใช่ปมด้อย… ปมด้อยเกิดขึ้นเมื่อคนอื่นแสดงออกให้เห็นว่าเป็นเรื่องผิดธรรมดา… อะไรผิดธรรมดาก็เป็นปมด้อย หรือปมเด่น สุดแล้วแต่กรณี

            เที่ยงตรง คุณพ่อ Don ทำมิสซา และแนะนำตัวผู้เทศน์ คนไม่มากเท่าไร นั่งรอเขาอ่านพระวรสารเสร็จแล้วจึงเข้าไปเทศน์ เทศน์เสร็จก็เดินออกมา… ออกมานั่งรอข้างนอกก็มีหนุ่มเวียดนามมาแนะนำตัวพูดภาษาเวียดนามเลย พูดได้สักพักก็ต้องพูดอังกฤษต่อเพราะศัพท์ของเราหมด เขาบอกว่าอพยพมาไม่มีโอกาสเรียน ทำงานเลย… พูดไปพูดมาก็มารู้ว่าเป็นลูกเขยของป้าคนเมื่อเช้า เขาบอกป้ากลับไปบ้านก็เล่าเรื่องให้ฟังว่าพบพ่อเวียดนามจากประเทศไทย… เขาบอกว่าอยากจะชวนไปทานข้าวบ้าน ก็บอกว่าไม่ขัดข้องแต่อยากถามเจ้าวัดก่อน… พอดีวัดเลิก เขาก็แนะนำให้รู้จักภรรยาด้วย… ก่อนกลับเขาบอกว่าจะโทรมานัดกับ บราเดอร์ Thanh

            อาหารเที่ยงมีคนนำมาถวาย… เขามีกระดาษเขียนติดไว้หน้าวัดขออาสาสมัครช่วยงานวัดแผนกต่างๆ ใครอยากช่วยแผนกไหนให้กรอกชื่อ กรอกวันและเวลาที่จะช่วย… เช่น ต้อนรับคนมาวัด… เยี่ยมคนป่วย อยู่เป็นเพื่อนคนชราที่ออกจากบ้านไม่ได้… และช่วยเตรียมอาหารเลี้ยงคุณพ่อในวันอาทิตย์… เลยทุกอาทิตย์มีคนเตรียมอาหารมาแช่ตู้เย็นให้ จะทานก็เอาออกมาอุ่นเอง

        ก่อนทานข้าวมีชายคนหนึ่ง ชื่อ Jim มาพบและเซ็นเช็คให้เพื่อช่วยสร้างบ้านในสังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี… เขาบอกว่า “ผมมีบ้านมีทุกอย่าง แต่เมื่อได้ยินพ่อพูดถึงคนที่บ้านพังเพราะใต้ฝุ่นผมอยากจะช่วย!” … ก็ดี บอกเขาว่าจะสวดให้

          18.00 น. มิสซาสุดท้าย มีคนประปราย มีคุณพ่อปลัดทำพร้อมกับสังฆานุกร Bob… ทุกอย่างคล้ายกับมิสซาก่อนๆ … ร่วมมิสซากับพ่อปลัด ออกมาทักทายคนในตอนเลิกวัด พบชาวฟิลิปปินส์ครอบครัวหนึ่ง เขาบอกเป็นหมอเกษียณแล้ว คิดอยากจะกลับไปช่วยชาวฟิลิปปินส์… เห็นมีครอบครัวจีนและเวียดนามบ้างเหมือนกัน… มีโอกาสล่ำลาผู้หญิงคนมีทำหน้าที่เล่นออร์แกน และจัดบทขับ… นิสัยดีมาก บอกเธอว่าเสียใจด้วยนะที่เธอต้องฟังเทศน์เดียวกันหลายครั้ง เพราะเธอมาทุกมิสซา… เธอบอกว่าเป็นบุญเสียอีกเพราะยิ่งฟังยิ่งซึ้ง… เลยบอกแกว่าเวลาเทศน์เห็นเธอนั่งฟังอยู่ทำให้รู้สึกกล้าและมีกำลังใจ! เธอชอบใจใหญ่… สุดท้ายเธอแวะเข้ามาในบ้านเจ้าวัดและลาอีกครั้ง น่ารักไปอีกอย่าง คนที่อุทิศเวลาสำหรับวัดหาได้ยากมากสมัยนี้

 

next >>

 


 

 

 
 


-TOP-