หน้า 1       

       

14 กรกฎาคม 1990


            ตอนแรกคิดว่าจะมีสหบูชามิสซา เพราะเรามีพระสงฆ์ 3 องค์ แต่พอไปถึงห้องศักดิ์สิทธิ์จึงรู้ว่าต้องทำมิสซาแบบต่อคิวกัน… เริ่มด้วยคุณพ่อเจ้าวัด… มิสซาดำเนินไปแบบโบราณหลายอย่าง… อาทิ การรับศีลมหาสนิทยังคงคุกเขาเป็นแถวตรงตามราวกั้นพระแท่น… พอจะมีความเป็นชาวโปแลนด์ให้เห็น ทั้งคุณพ่อเจ้าวัดและสัตบุรุษ เพราะสัตบุรุษวัดนี่ส่วนใหญ่เป็นอเมริกัน – โปแลนด์ เขาเลยเรียกวัดนี้ว่า Polish Church… ตอนรับศีลแล้วมีการชำระจอกกาลิกส์ คุณพ่อเทเหล้าองุ่นผสมน้ำอีก… แบบสมัยก่อน

            คนต่อไปก็คุณพ่อ Frank… ต่างคนต่างมีชุด ไม่ซ้ำกัน รวมทั้งจอกกาลิกส์ที่มีผ้าคลุมเป็นสี่ เหลี่ยมพร้อมสรรพ… บังเอิญคุณพ่อ Frank เป็นคนอายุมากเวลาบวชเป็นพระสงฆ์  เลยเข้ากันได้กับคุณพ่อเจ้าวัด ถวายมิสซายังคงแบบเก่า… เสกศีลเสร็จก็มีการจีบมือหัวแม่มือกับนิ้วชี้ไว้แน่น จนรับศีลเสร็จ

            พอถึงเวรเราออกไป เหลือสัตบุรุษเพียงคนเดียว… ก็มีตั้ง 2 มิสซาแล้ว ยังจะมีมิสซาที่ 3 อีก!

            ทานอาหารเช้าเสร็จ คุณพ่อเจ้าวัดก็บอกให้ขึ้นชั้น 3 พักผ่อนดู TV… พอเที่ยงจึงค่อยลง… ไม่ว่ากัน เรานบนอบ มาบ้านเขาก็ต้องเอาใจเขาหน่อย

            อาหารเที่ยงก็เป็นแบบแซนวิช มีแฮม + ไส้กรอก มีขนมปังและมะเขือ… ทานง่ายดี  ทานเสร็จก็ขึ้นชั้น 3 อีก จนกว่าจะถึงเวลาอาหารเย็นเวลา 16.30 น. รายการโทรทัศน์ก็มีแบบซ้ำซาก สลับกับการโฆษณา… การโฆษณาส่วนมากจะเป็นอาหาร รถ และวิธีลดความอ้วน… มีคนหนึ่งกลายเป็นข่าวใหญ่ที่ New Jersey… เขาประกาศให้รางวัลหมื่นดอลลาร์ ถ้าใครพบเขากำลังกินอาหารที่ใดที่หนึ่ง… แถมมีรูปใหญ่ของเขาพิมพ์ติดอยู่ด้วย… คนที่พบเขากลางทางจึงชวนเขาทานอาหาร บ้างก็เอาอาหารมาล่อ แต่เขาไม่ยอมกินเด็ดขาด… เขาบอกว่านี่เป็นวิธีบังคับตัวให้ลดความอ้วน! เฮอ! คนหนอคน!

            รถยนต์ที่มีการโฆษณามากกว่าหมดเป็นรถญี่ปุ่น… เขาโหมโฆษณามากจริงๆ ตามถนนเห็นรถญี่ปุ่นมากขึ้น… หลายคนบอกว่าชอบรถญี่ปุ่นเพราะถูกกว่า และได้มาตรฐาน…

            มาตรฐานของสินค้าเป็นเรื่องที่เขาจริงจังกันมาก มีรายการโทรทัศน์ 1 รายการที่คอยควบคุมเรื่องนี้โดยเฉพาะ… คนดำเนินรายการจะไปตรวจสินค้าที่ขายตามร้าน แล้ววิเคราะห์ออกมา ผ่านทางความเห็นของเจ้าหน้าที่ควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยในการใช้สินค้า เมื่อวิเคราะห์ออกทาง TV อย่างละเอียดแล้ว ก็สรุปว่า สินค้าประเภทนี้ควรจะทิ้งถังขยะ แล้วเขาก็ปาสินค้าลงถังสีส้มของเขา อย่างไม่เกรงกลัวผู้ผลิต! ของเล่นเด็กแต่ละอย่างต้องปลอดภัย เช่นปืนเด็กเล่น รถพลาสติก เขาจะดูว่าล้อและเครื่องประกอบ หรือชิ้นส่วนของมันแกะออกมาได้ไหม… ถ้าแกะออกมาได้จะผ่านปากเด็กได้ไหม… ชิ้นไหนสงสัยเขา จะจับลอดหลอดพลาสติกใสขนาดกว้างเท่าปากเด็ก… ถ้าลอดได้ ก็จะประกาศว่า ของเล่นประเภทนี้ไม่ปลอดภัย… มีสินค้าตัวหนึ่งน่าสนใจ และเด็กซื้อกันมาก คือชูชีพนาฬิกาข้อมือ ภายนอกก็ดูจะเป็นนาฬิกาใหญ่ๆ ผูกข้อมือไว้เวลาลงว่ายน้ำ แต่ถ้าเกิดอะไรฉุกเฉิน เขาก็แกะอะไรบางอย่าง แล้วจะมีชูชีพพลาสติกขนาดหมอนพองออกมาสำหรับใช้พยุงตัว ก็ดูเข้าเท่าดี แต่รายการดังกล่าวประนามสินค้าตัวนี้ เพราะเขาให้นักว่ายน้ำเก่งๆ คนหนึ่งลงสระและใช้ชูชีพแบบนี้ ปรากฏว่าใช้พยุงตัวไม่ได้ มีแต่จมลง… ความเห็นของเขาคือชูชีพนาฬิกาไม่ช่วยพยุงตัวเท่าที่ควร… ถ้าอยู่ในช่วงฉุกเฉิน ก็คงยิ่งอันตรายเพราะเกิดมีการตกใจจนลืมแกะชูชีพ ก็จะว่ายหรือพยุงตัวยากเข้าไปใหญ่… เลยต้องทิ้งลงถัง จัดว่าเป็นสินค้าไม่ได้ระดับ!

next >>


 

 

 
 


-TOP-