หน้า 1       

       

20 มิถุนายน 1990



          
ออกจากบ้านแต่เช้าตรู่ เครื่องบินออก 8.00 น.  เลยต้องพยายามถึงสนามบิน 6.00 น. เป็นอย่างช้า

          เดินทางเครื่องบิน หลายครั้งเสียเวลากับเรื่องราวที่สนามบินมากกว่าเวลานั่งเครื่องเสียอีก

          เดินทางบ่อยระยะนี้ เลยมองดูสนามบิน ตลอดจนการเช็คอินเป็นเรื่องเฉยๆ ผิดกับสมัยก่อนที่ตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูก

           เจอเจ้าหน้าที่หญิงหน้าตารับแขกดี  เลยไม่อึดอัดใจในการเช็คของ+ตั๋ว… คนเราใจดี เอื้อเฟื้อกันสักนิด ลำบากแค่ไหนก็ดูเบาลงถนัด จะยิ้มกันให้มากกว่านี้สักหน่อย ไม่เสียหายอะไร โลกจะโสภาขึ้นเป็นกอง… เสียอีก แต่ก็จะโทษเขาไม่ได้ เพราะเราคนเดียวที่เดินทาง แต่เขาต้องเจอคนเดินทางอื่นๆอีกมากหลาย… น่าเห็นใจ

           จัดเรื่องราวเสร็จรีบลาเพื่อนที่อุตส่าห์มาส่ง เพื่อเข้าไปหาอะไรรองท้อง… คราวนี้มามาดเต็มชุด… ชุดใหญ่ + เสื้อเคลอยี่สีดำ มองดูกระจกอดชมตนเองไม่ได้ ดูสง่า + หล่อเหลา และน่าเคารพขึ้นอีกเป็นกอง… ไม่ได้ใส่สูทมานาน พอใส่ทีก็ดูเข้าท่าไม่เบา… ผู้โดยสารอื่นๆ ชายตามองด้วยความแปลกใจ และมักรู้มักเห็น  แต่ทำเป็นแค่มองเร็วๆ เกรงว่าจะเสียมารยาทมั้ง… หรืออาจจะกลัวว่าตามวงการแฟชั่นไม่ทัน เผลอๆอาจจะเป็นชุดบุรุษออกแบบใหม่เอี่ยมข้ามคืน เลยมองแปลกใจในดวงตา แต่ใบหน้าทำเฉยไว้ ราวกับจะบอกว่านั่นแฟชั่นใหม่หรือ… ก็งั้นๆ!

         แต่คนใส่นี่สิ วางตัวให้สมกับชุด ตอนแรกก็เลยอึดอัดเล็กน้อย จะเดินจะมองจะทำต้องคิด และเตือนตัวเองอยู่เรื่อยๆว่ากำลังอยู่ในชุดบวช… เสื้อผ้า + เครื่องแบบช่วยการวางตัวและการประพฤติตนมากเหมือนกัน
กาแฟถ้วยละ 25 บาท ดูจะอร่อย… ไม่ใช่สมราคา แต่เพราะตัวราคามากกว่า อยู่บ้านทานเป็นถ้วยๆ ก็เฉย แต่นี่พอราคาแพงก็ต้องค่อยๆ ทานให้สมราคา… ให้รสชาติซึมซาบผ่านลิ้น ลงไปตามคอ ตกไปถึงกระเพาะ อย่างช้าๆ ทีละบาท… ทีละบาท มันก็อาจเหมือนอาหารตามภัตตาคารละมั้ง… ยิ่งแพงดูยิ่งจะอร่อย ทานช้าๆ ยิ่งช้ายิ่งคุ้ม… อาหารแพง ชดเชยด้วยการนั่งแช่ให้นาน… ไม่คุ้มอาหาร ก็คุ้มนั่ง  แพงอย่างไรก็ต้องพยายามหาทาน ไม่อร่อยก็ไม่ว่ากัน อย่างน้อยคุยกับเพื่อนฝูงได้ว่าทานมาแล้ว! อีกอย่างจะได้รู้สึกสมหวังกับชีวิต… อย่างน้อย ที่อยากและ
ใฝ่ฝันไว้ก็ทำจนสำเร็จ

           คนเราไปทานอาหาร ไม่ใช่เพื่ออิ่มหรืออร่อยอย่างเดียว แต่ท่านเพื่อศักดิ์ศรี ระดับ เกียรติ ชื่อเสียง… ซึ่งบ่อยครั้งทานแล้วต้องยอมรับว่าร้านข้างถนนอร่อยกว่าและถูกกว่าเป็นไหนๆ… ลองคนเราต้องกินอาหารไม่ใช่เพื่ออิ่มอย่างเดียว… ร้านอาหารก็มีแต่จะผลุดขึ้นเป็นดอกเห็ด… เปิดใหม่ ต้องรีบไปลองไม่งั้นเชยนะ!

          ทานเสร็จก็รีบจัดแจงเข้าห้องน้ำ และออกมาโทรศัพท์ลาคนรู้จักชอบพอ  แม้รู้ๆอยู่ว่าไปแค่สองเดือน แต่การจากกันและระยะทางทำให้อดอาลัยไม่ได้ จากกันทีก็มีแต่สิ่งดีๆ ผลุดขึ้นมา… จะไม่ให้อาลัยอย่างไรได้ พยายามจะหาข้อเสียของเขาเพื่อหาเหตุผลว่าไปก็ดีแล้ว จากกันไปจะได้หมดเรื่อง… แต่ความดีก็ยังชนะอยู่ดี นั้นเป็นเพราะว่า อย่างไรเสียความดีในคนเรายังชนะอยู่เสมอ เพราะคนเราถูกสร้างมาจากความดี และสร้างมาเพื่อความดี

 

          ออกเดินทางเกือบ 9 โมง มี บราเดอร์ Bob มาส่งที่สนามบิน พอถึงสนามบินก็ต้องช่วยเหลือตัวเอง เช็คตั๋ว จัดที่นั่ง แล้วก็ต้องเดินไปที่ขึ้นเครื่อง ต้องเดินเพราะรถขนส่งผู้โดยสารใต้ดินมีปัญหา… คนก็ไม่ว่าอะไร ถือประเป๋าเดินกันมาเรื่อยๆ

          เครื่องออกตรงเวลา 10.45 น. พอได้ระดับก็มีการบริการอาหารเที่ยง… อาหารเที่ยง หรือจะเรียกให้ถูกน่าจะเป็นของว่างมากกว่า มีแซนวิชอันเดียว พร้อมกับผลไม้ 1 จานเล็ก (ขนาดใหญ่กว่าของเซ่นเจ้าหน่อย) สั่งเบียร์มากระป๋อง คิดว่าจะเหมือนสายการบินระหว่างประเทศ กลับขอค่าเบียร์สองดอลล่าร์เฉย… โหดมาก รู้งี้ดื่มโค๊กดีกว่า… แต่อย่างว่า ไหนๆ ก็สั่งแล้วเดี๋ยวจะเสียฟอร์ม ได้แต่บ่นในใจ… นอกจากคนบริการแก่ ยังเก็บค่าเบียร์อีก… เลยเหลือดีอยู่อย่างเดียวคือ เครื่องบินที่บินได้!




[สนามบิน La Guardia]


เครื่องบินลงสนาม La Guardia เวลา 12.57 น. ออกมาได้ก็หาทางกลับรถบัสเข้า New York เพราะ Limousin พาไปส่งที่โรงแรม Hilton แล้วต้องหารถกลับบ้านอีก แถวโรงแรมก็ไม่มีรถเมล์ผ่านเสียด้วย ดังนั้น นอกจากจะเสียค่า Limousin 18 ดอลล่าร์แล้ว ยังต้องเสียค่าแท็กซี่อีก… พอดีออกมาตรงที่คนเขายืนรอรถอยู่ ถามคนใกล้ๆเขาบอกว่ามีรถบัสรับส่งเข้าถึงสถานีรถไฟ Grand Central เหลือบไปเห็นคนขายตั๋ว… ถามราคาดู แค่ 7.50 ดอลล่าร์ แล้วบวกค่ารถไฟกลับบ้านอีก 4.75 เลยคิดว่าเลือกทางนี้ประหยัดหน่อย

          เป็นรถบัสใหญ่ ชื่อ Carey ซึ่งมี 2 สาย สายหนึ่งรับคนจากสนามบิน La Guardia ส่งไป สนามบิน John F. Kennedy… เรียกว่าเป็นรถวิ่งระหว่างสนามบินว่างั้นเถอะ! ส่วนอีกสายมาเข้าถึง Grand Central… รถใช้เวลาวิ่ง 45 นาที… ฝนเริ่มตก คิดในใจว่าดีที่เอาร่มติดตัวมา… ดินฟ้าอากาศเมืองนี้แย่ จะเปลี่ยนแปลงไม่ก็ไม่บอกเล่าเก้าสิบ… ปลอดภัยถือร่มติดตัวไว้แหละดี!

          รถจอดหน้าโรงแรม ห่างจากสถานีรถไฟแค่ข้ามถนน… นับว่าสะดวกดีใช้ได้ แล้วจัดแจงขึ้นรถไฟกลับบ้าน… เริ่มมีความมั่นใจขึ้นอีกเยอะ เพราะเห็นว่าเส้นทางไม่ยากอย่างที่เคยคิดไว้ •


 

 

next >>  
 


-TOP-